(27 พ.ค.69) ชาวบ้านหลายครอบครัวในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เวลาว่างออกตระเวนเก็บ “ฝักคูนแก่” หรือฝักราชพฤกษ์ ที่ปลูกไว้ตามริมถนน และสถานที่ต่างๆ ทั้งลูกที่ล่วงหล่นตามพื้นที่ และขึ้นไปเขย่าบนต้น ก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้ง แล้วขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อในหมู่บ้าน ในราคากิโลกรัมละ 70 บาท จากนั้นพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อก็จะนำไปขายต่อ เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนและเกาหลี ใช้แปรรูปเป็นยาระบายและสมุนไพรธรรมชาติ สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านเฉลี่ยวันละ 500 – 1,000 บาท ถือเป็นอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้เสริมแบ่งเบาภาระครอบครัว ในช่วงวิกฤตน้ำมัน และข้าวของราคาแพงได้
สอบถามนายแสง และนางมยุรี ทองทา สองสามีภรรยาชาวบ้านหนองม่วง ต.หนองโสน อ.นางรอง ระบุว่า ฝักคูนแก่จะเก็บได้ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปี หากขับรถผ่านเห็นบริเวณไหนมีฝักคูนแก่ล่วงหล่นตามพื้น หรืออยู่บนต้นจำนวนมาก ก็จะชักชวนญาติพี่น้องขับรถกระบะออกตระเวนเก็บฝักคูนทั้งตามริมถนน คันนา และพื้นที่รกร้าง ก่อนนำกลับไปทุบเอาเมล็ดออก แล้วตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็จะรวบรวมขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ที่มารับซื้อถึงในหมู่บ้าน โดยช่วงนี้จะขายได้ราคากิโลกรัมละ 70 บาท เฉลี่ยแต่ละวันก็จะมีรายได้จากการเก็บฝักคูนขายวันละ 500 – 1,000 บาท แม้จะเป็นช่วง 3 – 4 เดือน แต่ก็สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้
สำหรับ “ฝักคูน” หรือราชพฤกษ์ นอกจากจะเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยแล้ว ยังมีคุณค่าทางสมุนไพรสูง โดยเฉพาะเนื้อในฝักแก่ ซึ่งมีสารแอนทราควิโนน ช่วยเป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก ขับเสมหะ ระบายพิษไข้ และขับพยาธิ โดยไม่ทำให้ปวดมวนท้อง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ฝักคูนแห้งยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำยาไล่แมลงชีวภาพในภาคเกษตรได้อีกด้วย ส่งผลให้ปัจจุบันมีความต้องการรับซื้อจำนวนมาก และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในช่วงหน้าแล้งในหลายพื้นที่
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์
สอบถามนายแสง และนางมยุรี ทองทา สองสามีภรรยาชาวบ้านหนองม่วง ต.หนองโสน อ.นางรอง ระบุว่า ฝักคูนแก่จะเก็บได้ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปี หากขับรถผ่านเห็นบริเวณไหนมีฝักคูนแก่ล่วงหล่นตามพื้น หรืออยู่บนต้นจำนวนมาก ก็จะชักชวนญาติพี่น้องขับรถกระบะออกตระเวนเก็บฝักคูนทั้งตามริมถนน คันนา และพื้นที่รกร้าง ก่อนนำกลับไปทุบเอาเมล็ดออก แล้วตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็จะรวบรวมขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ที่มารับซื้อถึงในหมู่บ้าน โดยช่วงนี้จะขายได้ราคากิโลกรัมละ 70 บาท เฉลี่ยแต่ละวันก็จะมีรายได้จากการเก็บฝักคูนขายวันละ 500 – 1,000 บาท แม้จะเป็นช่วง 3 – 4 เดือน แต่ก็สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้
สำหรับ “ฝักคูน” หรือราชพฤกษ์ นอกจากจะเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยแล้ว ยังมีคุณค่าทางสมุนไพรสูง โดยเฉพาะเนื้อในฝักแก่ ซึ่งมีสารแอนทราควิโนน ช่วยเป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก ขับเสมหะ ระบายพิษไข้ และขับพยาธิ โดยไม่ทำให้ปวดมวนท้อง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ฝักคูนแห้งยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำยาไล่แมลงชีวภาพในภาคเกษตรได้อีกด้วย ส่งผลให้ปัจจุบันมีความต้องการรับซื้อจำนวนมาก และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในช่วงหน้าแล้งในหลายพื้นที่
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์



