ระทึกกลางเมืองช้างชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ไล่ล่าชาร์จจับ2นักบินพร้อมยา 6 แสนเม็ด

   ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส. , พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.ภ.3/รับผิดชอบ ศอ.ปส.(ยาเสพติด) นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ , นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำนโยบายรัฐบาลมากำหนดเป็นแนวทาง สำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในทุก พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุคนธ์  ศรีอรุณ  ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ , พล.ต.ต.เชษฐา  เชยชุ่ม  ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ,พ.ต.อ.ชัยณรงค์  บุญด้วง  รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ , พ.ต.อ.เอกพงษ์  พลมณี  ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วัชรพงศ์ พวงบุตร รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจสายตรวจ191  ไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยหลังได้รับแจ้งข่าวจากสายลับว่าจะมีการส่งยาจำนวนมากในพื้นที่เมืองสุรินทร์

ก่อนให้จนท.กระจายกำลังเฝ้าดักก่อนพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยบริเวณริมถนนหมายเลข 226 ใกล้ห้างโรบินสัน สาขาสุรินทร์ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้วางกระสอบจำนวน3 กระสอบเอาไว้ แล้วรีบขับรถออกอย่างรวดเร็ว ชุดสืบสวนจึงไล่ล่าติดตามจนเข้ามาในตัวเมืองสุรินทร์บริเวณถนนหลักเมือง ซึ่งใข้รถติดตามและสกัดและเข้าชาร์จจับกุมได้บริเวณหน้าวัดจำปา ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 03.00 - 03.30 นาฬิกา ต่อเนื่องกัน

ทราบชื่อคือ

1. นายกฤษฎา หรือ “เจมส์” นามวงศ์ อายุ 27 ปี ชาวอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

2. นายณัฐนนท์ หรือ “ตี๋” แซ่ลิ้ม อายุ 21 ปี ชาวอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมของกลาง

ยาบ้า ประมาณ 600,000 เม็ด

2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า แบบแค็บ 2 ประตู สีน้ำตาลไหม้

โดยนำตัวขยายผลก่อนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”               

ซึ่งจากการตรวจก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า

จะมีขบวนการนักค้ายาเสพติดรายสำคัญลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยนัดหมายส่งมอบกันบริเวณใกล้ห้างโรบินสัน สาขาสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และเตรียมสกัดจับบริเวณโดยรอบต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะของกลางขับมาจอดบริเวณใกล้ห้างโรบินสัน สาขาสุรินทร์ จากนั้นพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ลงจากรถ และนำกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน 3 กระสอบ จากในแค็บรถยนต์ มาวางไว้บริเวณปากซอยใกล้ห้างโรบินสันฯ ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารล้านช้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมเมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขับรถยนต์กระบะของกลางหลบหนีออกจากบริเวณดังกล่าว เข้ามาทางถนนหลักเมือง มุ่งหน้าบริเวณหน้าวัดจำปา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงขับรถติดตามและสามารถติดตามทันบริเวณหน้าวัดจำปา ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จอดรถขวางเพื่อสกัดรถยนต์กระบะของกลางไว้ขณะเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ขัดขืนและพยายามหลบหนี โดยผู้ขับขี่ได้ขับรถถอยหลังเพื่อพยายามหลบหนีการสกัดผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ภายในกระสอบถุงปุ๋ยจำนวน 3 กระสอบ อยู่ภายในรถยนต์กระบะของกลาง

จากการสอบถามและตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะของกลางคือนาย“เจมส์”ผู้ต้องหาที่ 1 ส่วนนาย “ตี๋” ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้นั่งโดยสารมาด้วย และมีพฤติการณ์ต่อสู้ขัดขืนพยายามหลบหนีการจับกุม  ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติอีกส่วนหนึ่งได้เข้าตรวจสอบกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน 3 กระสอบ ซึ่งผู้ต้องหานำไปทิ้งไว้บริเวณปากซอยใกล้ห้างโรบินสันฯ พบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน
พร้อมของกลางและรถยนต์กระบะที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดมายัง สภ.เมืองสุรินทร์จากการตรวจนับเบื้องต้นพบว่า ของกลางดังกล่าวเป็นยาบ้าทั้งหมดประมาณ 600,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทราบ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสืบสวนททงลึกทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองติดพนันไก่ชนและบั๊งไฟในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ  เดิมพันได้เสียแต่ละครั้ง40000 บาท ทำให้เป็นหนี้จึงผันตนเองมาเป็นนักบินหาเงิน แต่สุดท้ายจบด้วยการเดินเข้าห้องขัง
อัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าวNews24 จ.สุรินทร์  รายงาน
 

ใหม่กว่า เก่ากว่า