นางสุนีย์ อายุ 55 ปี ซึ่งมีอาชีพค้าขาย หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อช่วงเดือน มี.ค.68 จำเป็นต้องใช้เงินเป็นทุนหมุนเวียนค้าขาย จึงมีคนแนะนำให้นำ จยย.ไปจำนำกับ น.ส.ไก่ ซึ่งเป็นนายหน้าที่รับจำนำ ซึ่งตนจำนำไว้ในวงเงิน 10,000 บาท แต่ไม่ได้เงินเต็มจำนวน เพราะถูกหักค่านายหน้า 1,000 บาท ดอกเบี้ยล่วงหน้าอีก 2,000 บาท รวมเป็น 3,000 บาท แต่ก็จำเป็นต้องเอาเพราะจำเป็นต้องใช้เงิน จากนั้นวันที่ 5 เม.ย.68 ก็ติดต่อขอไถ่รถคืนวงเงิน 13,000 บาท แต่นายหน้ากลับบ่ายเบี่ยงอ้างนู้นอ้างนี่สารพัด จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ จนถึงทุกวันนี้ผ่านมาเกือบปีแล้วก็ยังไม่สามารถไถ่รถคืนได้ และไม่รู้ว่ารถอยู่ไหนด้วยซ้ำ เกรงว่าเขาจะนำรถไปทำสิ่งผิดกฎหมาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถคืน และดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายศรชัย ผู้เสียหายอีกราย บอกว่า เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ตนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน 3,000 บาท ก็มีคนแนะนำว่ามีคนรับจำนำรถ จึงได้ลองสอบถามผ่านมือถือไป คนที่รับจำนำซึ่งเป็นผู้หญิงคาดว่าคงเป็นนายหน้า ก็แจ้งว่าให้ถ่ายรูปรถส่งไปให้ดู จากนั้นเขาก็แจ้งกลับมาว่ายอดรับจำนำเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ดอกเบี้ย 500 บาท ต้องไถ่ถอนคืนภายใน 1 เดือน ด้วยความที่จำเป็นต้องใช้เงินจึงตกลง จากนั้นประมาณ 20 วันก็มีเงินเพียงพอที่จะไถ่รถคืน แต่พอติดต่อขอไถ่คืน น.ส.ไก่ ที่เป็นนายหน้าที่รับจำนำรถกลับอ้างว่าอยู่ต่างจังหวัด จึงขอเลื่อนไปก่อน ต่อมาก็หลอกให้โอนเงินค่าไถ่รถไปให้ก่อน เพื่อจะเอาเงินไปหมุนรับจำคันอื่น ก็หลงเชื่อโอนไปให้แล้ว 3,500 บาท
แต่ก็ยังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนรถให้แถมยังหลอกล่อจะให้โอนเงินไปเพิ่มอีก ตนเห็นว่าผิดปกติจึงไม่โอนไปจนกว่าจะได้รถคืน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เคยเห็นรถตัวเองว่าอยู่ที่ไหน จึงได้นำหลักฐานมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายหน้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และอยากให้ตำรวจช่วยติดตามรถคืนด้วย เพราะยังต้องผ่อนชำระไฟแนนซ์
ภายหลังแจ้งความ ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหา และรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่านายหน้าแสบที่รับจำนำรถ ถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง บางคดีมีการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหาย บางคดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่หยุดพฤติกรรม
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์





