(12 ก.พ.69) น.ส.นรารัตน์ ยืนยง อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ผวาหนักหลังมีคนร้ายเป็นชายใช้ผ้าปิดคลุมใบหน้า บุกงัดบ้านตอนกลางวันแสกๆ เวลาประมาณ 10.58 นาที เมื่อวันที่ 9 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ช่วงที่ผู้เสียหายออกไปทำงาน โดยก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายและไม่สนกล้องวงจรปิด ที่ผู้เสียหายติดตั้งไว้ทั้งภายในบ้าน และรอบบ้านถึง 8 ตัว ซึ่งขณะก่อเหตุวงจรปิดก็สามารถบันทึกภาพได้ทุกพฤติกรรม ตั้งแต่แอบย่องเข้ารั้วหลังบ้าน ใช้ไขควงงัดประตู และเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน แต่โชคดีที่ก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันผู้เสียหายได้นำทองคำรูปพรรณ ที่เก็บไว้ในลิ้นชักไปขายแล้วเนื่องจากช่วงนี้ทองราคาพุ่งสูง คนร้ายจึงขโมยเอาเงินเหรียญในกระปุกออมสิน และกล่องใส่เหรียญ ที่อยู่ในห้องนอนและตามจุดต่างๆ ของบ้านเกือบ 10 กระปุก น่าจะมีเงินรวมกันประมาณ 2 – 3 พันบาท ทั้งยังขโมยนาฬิกาที่เก็บไว้ในลิ้นชักหายไปจำนวน 10 เรือนด้วย รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งเงินในกระปุกออมสิน และนาฬิกาที่คนร้ายขโมยไปก็ประมาณ 20,000 กว่าบาท
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์
น.ส.นรารัตน์ ผู้เสียหาย บอกว่า แม้ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปอาจจะมูลค่าไม่มาก แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เพราะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยเฉพาะเงินในกระปุกออมสินมีคุณค่าทางจิตใจมาก เพราะเป็นเงินเหรียญที่ฝึกให้ลูกชายทั้ง 2 คน อายุ 13 และ 16 ปี รู้จักเก็บออม เมื่อถึงวันเด็กหรือวันสำคัญ ก็จะแกะออกมานับแล้วนำไปฝากเข้าธนาคารให้ลูกทั้ง 2 คน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังสร้างความหวาดผวาให้กับตนเองและลูกๆ เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายจะย่ามใจกลับมาก่อเหตุลักขโมยซ้ำอีกหรือไม่ ทั้งกลัวจะไม่ปลอดภัย เพราะขนาดติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบบ้าน ยังกล้าเข้ามาก่อเหตุตอนกลางวันแสกๆ ก็อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง อ.เมืองบุรีรัมย์ เร่งติดตามจับกุมคนร้าย ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วด้วย หรือหากใครที่พบเบาะแสคนร้ายก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตอนนี้ทั้ง 3 แม่ลูกต้องอยู่กับแบบหวาดระแวงสุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์






