เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายไพโรจน์ จิตจักร์ ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่ตรวจประเมินผลงานระดับจังหวัด ตามโครงการ “1 จังหวัด 1 ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ บ้านหนองคูบอน เลขที่ 151 หมู่ 5 ตำบลโคกล่าม อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ดในการนี้ นางละอองเพชร พุฒิพัฒน์พานิช นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน พร้อมด้วย นางสาวลำดวน ครมะลา ผู้ใหญ่บ้านหนองคูบอน หมู่ที่ 5 และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์ฯนางละอองเพชร พุฒิพัฒน์พานิช นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้บ้านหนองคูบอนได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนอำเภอ ประจำปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากมีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีฐานการเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ กระบวนการ และขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นต้นแบบที่ดีแก่ชุมชนและผู้มาศึกษาดูงานด้านนายไพโรจน์ จิตจักร์ ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการพิจารณาคัดเลือกศูนย์เรียนรู้ระดับอำเภอที่มีความพร้อม เหมาะสม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมการปกครอง เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับจังหวัด โดยจังหวัดร้อยเอ็ดได้กำหนดลงพื้นที่ตรวจประเมินจำนวน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจตุรพักตรพิมาน และอำเภอเมยวดี ซึ่งแต่ละศูนย์ได้ดำเนินกิจกรรมตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และต่อยอดการพัฒนาอาชีพให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่อย่างเหมาะสม พร้อมชื่นชมอำเภอที่ให้การส่งเสริมและขยายผลสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่องสำหรับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองคูบอน จัดตั้งเมื่อปี 2565 โดยนางสาวลำดวน ครมะลา อายุ 38 ปี อาชีพเกษตรกร และดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลโคกล่าม มีการจัดสรรพื้นที่ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ จำนวน 3 ไร่ แบ่งเป็น ขุดสระน้ำร้อยละ 30 ปลูกข้าวร้อยละ 30 ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นร้อยละ 30 และที่อยู่อาศัย/สิ่งปลูกสร้างร้อยละ 10 พร้อมเลี้ยงปลา เช่น ปลาสลิด ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาช่อน และหอย เพื่อเป็นแหล่งอาหาร และพัฒนาดินด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพมีการปลูกพืชผสมผสาน ทั้งฝรั่งกิมจู มะพร้าว พุทรา พริก คะน้า รวมถึงพืชหลังนา เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง และมันเทศ พร้อมนำระบบน้ำหยดมาใช้เพื่อลดต้นทุนและประหยัดน้ำ ปัจจุบันศูนย์ฯ มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตเฉลี่ยเดือนละประมาณ 14,000 บาท ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง


















