เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องชนกนันท์ โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์ กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์  รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่  กรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สสส.) นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อานวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สสส.)  นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และ ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย   ผู้จัดการโครงการอาหารปลอดภัยฯ(Safety food)  ร่วมเปิดการประชุม “เวทีสานพลังสังคมคนร้านอาหารลดปัจจัยเสี่ยงและมอบป้ายร้านอาหารเข้าร่วมโครงการ “ร้านนี้ร่วมโครงการสุขภาพดี ลดหวาน มัน เค็ม”เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และให้กำลังใจ ผู้ประกอบการธุรกิจค้าอาหาร สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย คุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนการยกระดับคุณค่าอาหารไทยต่อผู้บริโภค ร่วมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรค NCDs ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพ ลดการเกิดโรค NCDs โดยมีภาคีเครือข่ายร้านอาหาร ชุมชน และโรงเรียน จาก 14 จังหวัด จำนวน 130 คน มีการบรรยายให้ความรู้ “นโยบายและทิศทางการควบคุมและป้องกัน NCDs ในมิติ 2:1:1 พลัส 6:6:1”จากนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และการบรรยายพิเศษให้ความรู้ เกี่ยวกับ “วิถีชีวิตสุขภาวะเริ่มต้นที่จานอาหาร : โอกาสของร้านอาหารไทยในการ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มทางเลือกสุขภาพ” โดยรศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ กรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สสส.)

 นอกจากนี้มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง”

บทบาทของผู้ประกอบการร้านอาหารต่อการป้องกันและควบคุม NCDs”โดย อาจารย์ ดร.สง่า ดามาพงษ์  ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ นางพรนภา คำทอง        อุปนายกสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร /นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม / นายสุชาติ        สุขเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย / นายสุพจน์ รื่นเริงกลิ่น นักนักโภชนาการชำนาญการพิเศษ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย   และมีการมอบป้ายร้านอาหาร ที่มีเจตนารมย์เข้าร่วมโครงการ    “ร้านนี้ร่วมโครงการสุขภาพดี ลดหวาน มัน เค็ม” สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กิจกรรมเวทีสานพลังสังคมคนร้านอาหารลดปัจจัยเสี่ยง  “โชว์ ชิม แชร์ เชื่อม อาหารปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ และ อร่อยได้...ไร้แอลกอฮอล์” โดยการจัดเมนูอาหารที่เด่นคนทั่วไปเข้าถึงสัมผัสได้ และสาธิตเมนูสุขภาพ จาก สมาชิกสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร โดยตัวแทนร้านอาหาร 4 ภาค และชุมชน คลอง 8 ชุมชนธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

 ทางด้านดร.ณัจยา แก้วนุ้ย (ดร.จิ) ผู้จัดการโครงการอาหารปลอดภัยฯ (Safety food) (สสส.) กล่าวว่า”อาหาร นับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นหนึ่งในสิ่งที่หากใส่ใจ ก็จะช่วยเลี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ปัจจุบันผู้บริโภค ห่างไกลวัตถุดิบจากธรรมชาติ ติดรสชาต กินหวาน มัน เค็ม กินพืชผัก ผลไม้ น้อยลงและไม่เพียงพอในแต่ละวัน กินอาหารไม่ปลอดภัยมีการปนเปื้อนสารเคมี มากขึ้น และยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ปรุงอาหารกินเองน้อยลง ได้รับความรู้ และการเข้าถึงด้านโภชนาการลดลง ผลที่ตามมาคือ การเจ็บป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรค NCDs) ดังนั้นวันนี้ทางโครงการจึง เชิญชวน ผู้ประกอบการค้าอาหาร ชุมชน และโรงเรียน เครือข่าย สสส.เข้าร่วมโครงการ รณรงค์ ลด หวาน มัน เค็ม และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรค NCDs)”

   ด้าน รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส.

 ได้นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะของประเทศ โดยมองว่าร้านอาหารเป็นจุดเชื่อมสำคัญของห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงผู้บริโภค การสนับสนุนร้านอาหารให้ปรับสูตร ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มเมนูที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และใช้วัตถุดิบปลอดภัย คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยลดภาระโรค NCDs ในระยะยาว เน้นว่า สสส. มุ่งพัฒนาระบบอาหารที่ “ปลอดภัย เข้าถึงได้ เป็นธรรม และเอื้อต่อสุขภาพ” ผ่านการขับเคลื่อนต้นแบบร้านอาหารปลอดภัย โรงเรียน ชุมชน และตลาดเขียว ในหลายจังหวัด เพื่อขยายผลสู่ระดับประเทศอย่างเป็นระบบ เวทีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดเมนูเพื่อสุขภาพในร้านอาหารอีกด้วย เป็นการร่วมกำหนดทิศทางเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่มาตรฐานร้านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย และอร่อยอย่างยั่งยืน

  นายวิษณุ ศรีทะวงษ์ ประธานมูลนิธิพลังสังคม กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ ต้องขอบคุณร้านอาหารที่เป็นตัวอย่างที่ดีและทำให้เกิดธรรมเนียมในเชิงปฏิบัติแบบใหม่ ในขณะเดียวกันเราจะได้เห็นบทบาทร้านอาหารที่มากขึ้นในการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ หรือแม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ภัยพิบัติก็เป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งร้านอาหารก็จะมีส่วนช่วยเพื่อนๆในหลาย พื้นที่ ที่เกิดภัยพิบัติ หรืออาจจะเป็นครัวกลาง ในชุมชนของหลายๆ พื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ ในเรื่องพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่จะถูกประกาศใช้แล้ว แต่ในระดับพื้นที่การปฎิบัติการ ของหน่วยที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามดูในสถานการณ์ ยังดีขึ้น หน่วยงานจับมือกันแน่นขึ้น หน่วยงานหลายๆ ภาคส่วนยังเห็นความสำคัญของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความสงบ ความเรียบร้อยในพื้นที่จัดงาน ดังนั้นจึงอยากให้ภาคส่วนต่างๆ ยังคงเข้มงวด และควบคุมดูแล พื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง ในการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าในช่วงระยะเวลา สิบกว่าปีที่ผ่านมา การจัดงานไม่มีปัจจัยเสี่ยง 

อย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนจะเที่ยวมากขึ้น หากมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์งานจะกร่อย คนรีบกลับบ้าน และส่งผลทางเศรษกิจแก่ผู้ประกอบการอีกด้วย






 ภาพ/ข่าว สหรัฐ แก้วตา/รายงาน

แสดงความคิดเห็น