พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อน “Warroom IAC” ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และการเงิน ทั้งในประเทศและหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ UNODC, FBI และ Interpol รวมทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฏหมายของประเทศตาางๆ เพื่อจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างบูรณาการ ผลการปฏิบัติการของ “Warroom IAC” ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายการเงินการธนาคารของสถาบันการเงินต่างๆ สามารถดำเนินการตรวจสอบและอายัดบัญชีของเคสที่ส่งเข้ามาในวอร์รูม โดยตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม - 10 กันยายน 2568 มีจำนวนเคสที่นำเข้าวอร์รูม 582 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 335,932,861 บาท จากการดำเนินการของวอร์รูม สามารถอายัดได้ 267 เคส (45.88%) มูลค่าทรัพย์สินที่อายัดได้ 108,329,038 บาท (32.25%) มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 90 ราย (ไทย 65 ราย ต่างชาติ 25 ราย) มีการออกหมายจับ 47 ราย และช่วยเหลือผู้เสียหายที่ไม่รู้ตัว 2 ราย
ในโครงการ “MONEY CASH BACK” ดำเนินการไปแล้ว 40 ครั้ง รวมจำนวนเงินกว่า 239 ล้านบาท โดยล่าสุดสามารถติดตามเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงิน และสามารถดำเนินการตามขั้นตอนจนสามารถนำเงินคืนผู้เสียหายได้อีก จำนวน 3 ราย ดังนี้
รายที่ 1 : ผู้เสียหายต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรดและการลงทุนด้านต่างๆ จึงได้ค้นหาข้องมูลผ่านเฟซบุ๊ก จนได้พบกับเพจมิจฉาชีพที่โพสต์แนะนำเกี่ยวกับการลงทุน โดยแอบอ้างชื่อ “นายแพทย์ พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” นักลงทุนชื่อดังเป็นผู้ชักชวนลงทุน ผู้เสียหายสนใจจึงกดลิงก์ใต้โพสต์ดังกล่าว และเข้าร่วมกลุ่มไลน์ชื่อ "MARKET MASTERMIND 26" พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีสมาชิกประมาณ 500 คน จากนั้นได้มีการสอนเกี่ยวกับการดูกราฟการลงทุน เมื่อเรียนรู้แล้วผู้เสียหายจึงสนใจร่วมลงทุน คนร้ายจึงแนะนำให้เข้าเว็บไซต์ macqconnect .com แล้วเริ่มโอนเงินลงทุนในครั้งแรก จำนวน 100,000 บาท ปรากฎว่าได้รับกำไรเป็นเงินจำนวน 32,315.92 บาท ประกอบกับบัญชีธนาคารที่คนร้ายให้โอนเงินไปร่วมลงทุนเป็นบัญชีบริษัท (ม้านิติบุคคล) จึงทำให้หลงเชื่ออย่างสนิทใจ ต่อมาผู้เสียหายจึงโอนเงินไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงธันวาคม 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 รวมจำนวน 16 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 12,650,000 บาท (9 บัญชี 4 ธนาคาร 6 ผู้ต้องหา 7 บริษัท) ต่อมาผู้เสียหายเห็นเลขกำไรรวมทุนในระบบเป็นจำนวน 18,553,991.92 บาท จึงต้องการถอนเงินออก ปรากฏว่าระบบให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มจำนวน 1,000,000 บาท จึงรู้ตัวว่าโดนหลอก และเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
จากกรณีดังกล่าว กก.2 บก.สอท.1 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วบางส่วน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของบริษัท ไอซีเอพี พรีเมี่ยม จำกัด ของนายณฐภัทรฯ หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าว และเจ้าหน้าที่สามารถอายัดไว้ได้ จำนวน 1,000,000 บาท
รายที่ 2 : ผู้เสียหายได้พบเพจเฟซบุ๊กที่ให้ความรู้เรื่องการลงทุนหุ้น ชื่อบัญชี “Dr.Tiraphong” ต่อมาผู้เสียหายสนใจลงทุนจึงแอดไลน์ชื่อ “Gale Guide” ซึ่งผู้ใช้ไลน์ได้แสดงตนเป็นผู้ช่วยของ Dr.Tiraphong อ้างว่าจะมาให้ความรู้ ต่อมาคนร้ายจึงดึงผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ "Thai stock" ซึ่งในกลุ่มมีสมาชิก 19 คน ได้พูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ ทำให้หลงเชื่อว่ามีการลงทุนจริงๆ ผู้เสียหายจึงโหลดแอปพลิเคชัน GBE MAX ลงในโทรศัพท์เพื่อใช้โอนเงินลงทุน แล้วได้โอนเงินเพื่อลงทุนไปทั้งหมด 9 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 2,335,484.82 บาท แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกจากในระบบ ปรากฏว่าไม่สามารถถอนได้ จึงได้เข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
จากกรณีดังกล่าว กก.3 บก.สอท.1 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วบางส่วน และสามารถประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายสุพินิดฯ หนึ่งในผู้ต้องหาไว้ได้ ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวตามที่ถูกหลอกลวง จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 598,041.82 บาท
รายที่ 3 : ผู้เสียหายรายหนึ่งพบโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมกลุ่มไลน์เพื่อขายเสื้อผ้ามือสอง
ของผู้เสียหาย ต่อมาคนร้ายให้ผู้เสียหายโอนเงินทำภารกิจเพื่อลงทะเบียนร้านค้า และเปิดการมองเห็น โดยอ้างว่าสามารถถอนเงินได้ภายหลังเมื่อทำภารกิจสำเร็จ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงิน ปรากฏว่าใน 2 ครั้งแรก ได้รับเงินกลับคืนมาจริง จึงมั่นใจว่าทำแล้วได้เงิน จึงได้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งไปยังบัญชีธนาคารปลายทางทั้งหมด จำนวน 12 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,319,729.40 บาท แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินกลับคืนมาได้ จึงได้เข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
จากกรณีดังกล่าว กก.1 บก.สอท.2 ได้ใช้ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนในสังกัด รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการ จนสามารถออกหมายจับได้แล้วหลายราย โดยล่าสุดสืบสวนพบว่า นายสุภวัชฯ อายุ 26 ปี หนึ่งในขบวนการ ได้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา พนักงานสอบสวนจึงได้อายัดตัวเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา
จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายสุภวัชฯ ไว้ได้ จำนวน 399,527.20 บาท เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่าได้นำบัญชีไปให้ผู้อื่นใช้งาน โดยตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ จึงขอไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย จึงอายัดไว้ได้ทั้งสิ้น 399,527.20 บาท
วันนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี ได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 1,997,569.02 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ตามโครงการ “MONEY Cash Back” ของ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) โดยปฏิบัติการ “MONEY Cash Back” นี้ จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินให้ได้มากขึ้น
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ผลที่สุด ก็คือการที่ประชาชนเท่าทันมิจฉาชีพ
โดยติดตามข่าวสารจากทางราชการ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ โดยย้ำให้ประชาชนตรวจสอบตัวท่านเองว่า "มีเจ้าหน้าที่วิดีโอคอลเข้ามาและให้โอนเงินจากบัญชีของท่านไปตรวจสอบหรือไม่ โดยอ้างว่าท่านได้ทำผิดกฏหมาย" หรือ "ท่านกำลังลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งให้ผลตอบแทนเป็นอย่างดีจากเพจต่างๆ โดยที่ท่านไม่เคยพบผู้ที่แนะนำให้ท่านลงทุนโดยส่วนตัวเลย หรือไม่เคยไปยังที่ตั้งของบริษัทหรือของบุคคลนั้นเลย" ให้ท่านสันนิษฐานว่าท่านกำลังตกเป็นเหยื่อของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ หากท่านต้องการคำปรึกษาหรือสอบถามความชัดเจน ให้ติดต่อสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ท่าน หรือโทรติดต่อหมายเลข 1441 ได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นจะขอเตือนผู้ท่ี่ไปโพสต์หาคนกดเงิน ขนเงิน เปิดบัญชีม้า หรือซิมผี จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งศาลได้เคยมีคำพิพากษาไปแล้วสำหรับบัญชีม้า มีโทษจำคุกถึง 41 ปี และคนที่จัดหาบัญชีม้า ต้องโทษถึง 119 ปี
ส่งศักดิ์ พรมเอี่ยม ศูนย์ข่าวภาคเหนือรายงาน


