ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว นำทีมลงพื้นที่ตามมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง ในสถานประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

เช้าวันนี้ วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น.  นายสัตวแพทย์ประหยัด เข่งค้า ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ปศุสัตว์อำเภอเมืองสระแก้ว และกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เข้าดำเนินการมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสถาน
ประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองสระแก้ว เลขที่ 99 ถนนเทศบาล 8 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้วโดยดำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกรก่อนเข้าฆ่า จำนวน 4 ตัวอย่าง การสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกร ครั้งนี้จากจำนวนสุกร 80 ตัว เพื่อตรวจหาสารเร่งเนื้อแดงตกค้างก่อนเข้าฆ่า ด้วยชุดทดสอบสารเร่งเนื้อแดงภาคสนาม  ซึ่งผลการทดสอบให้ผลเป็นลบต่อสารเร่ง
เนื้อแดงทั้ง 4 ตัวอย่าง ไม่พบสารเร่งเนื้อแดง ดังกล่าวนายสัตวแพทย์ประหยัด เข่งค้า ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว  กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การเลี้ยงของเกษตรกรในฟาร์ม การเฝ้าระวังในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างก่อนสัตว์เข้าฆ่า อีกทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาและแหล่งผลิตของการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดง ณ สถานที่จำหน่าย
เนื้อสัตว์ได้ด้วยปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว  กล่าวต่อว่า สารเร่งเนื้อแดง ถือเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพ หากมีการสะสมในร่างกาย อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย โดยกรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนมาตลอด สารเร่งเนื้อแดงหรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ มีด้วยกันหลายชนิด ใช้เป็นตัวยาในทางการแพทย์ ช่วยขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคหอบหืดและ
หลอดลมอักเสบ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ถ้าสารดังกล่าวถูกนำไปผสมในอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ จะกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานจากไขมัน ลดการสะสมของไขมัน เพิ่มการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อ และช่วยเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ ทำให้มีปริมาณเนื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ขายได้ราคาดีกว่า แต่เมื่อคนกินเนื้อแดงที่ปนเปื้อนเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บางรายมีอาการเป็นลม มีอาการทางจิตประสาท และเป็นอันตรายมากสำหรับหญิงมีครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และผู้ป่วยโรคไฮเปอร์ไธรอยด์ ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ห้ามใช้สารกลุ่มนี้ในการผลิตอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐาน โดยต้องไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์  มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล////หัวหน้าอดุลด์ ประชาสัมพันธ์ สก รายงาน สุพจน์บดินทร์ กุ่มประสิทธิ์ บก.ข่าวออนไลน์นิวส์24สถานีประชาชนรายงาน โทร 0953071918

ใหม่กว่า เก่ากว่า