ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับการร้องเรียนถึงพฤติการณ์ของคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ170 ซม. หลังวงจรปิดจับภาพการเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินภายในสำนักงานไปรษณีย์สาขาสุรินทร์ ถนนธนสาร อ.เมืองสุรินทร์ ก่อนกวาดเอาทรัพย์สิน มือถือ เครื่องสแกน(มูลค่ากว่า4 หมื่นบาท) พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.วัชรพงษ์ พวงบุตร รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์พร้อมด้วย พ.ต.ท.สทรัตน์ แก่นดี สารวัตรสืบสวน นำกำลังชุดสืบสวนออกติดตามไล่กล้องแกะรอยคนร้ายจนทราบตัว จึงกระจายกำลังไล่ล่าและสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทราบชื่อคือนายวันชัย ไม่น้อย อายุ27 ปี ราษฎรหมู่ที่6 ต.บ้านแร่ อ.เขวาสินรินทร์ แถมประวัติโชกโชนมีคดีลักทรัพย์หลายสิบคดี ติดคุกก่อนออกมาก่อเหตุซ้ำอีก ก่อนที่จะมีผู้เสียหายอีกหลายคน
ก่อนตำรวจพลิกประวัติพบมีการแจ้งความเอาไว้เหตุลักทรัพย์ในช่วง2 เดือนที่ผ่านมาและมีลักษณะรูปพรรณคล้ายชายดังกล่าวจึงทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของร้านที่ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน ทั้งร้านรับซื้อของเก่า หมู่ที่7 ตำบลสลักได รวมถึง ร้านจำหน่ายมะพร้าวหอมและขนมแปรรูป ใกล้โค้งรถไฟ ถ.ปัทมานนท์ รวมถึงบ้านเรือนของแม่ค้าตลาดสด ซอยสระถลา หน้าวัดจีนสุรินทร์ เป็นคนร้ายคนเดียว จึงนำตัวไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุทั้งบริเวณไปรษณีย์สุรินทร์ วงจรปิดเห็นพฤติการณ์นั่งมุดก้มรื้อหาทรัพย์สิน จนได้มือถือ เครื่องสแกน ก่อนหลบหนีไป ส่วนร้านจำหน่ายมะพร้าวหอม บริเวณโค้งรถไฟ วงจรปิดเห็นหน้าชัดปีนเข้ามารื้อตู้เก็บเงิน ลิ้นชัก กวาดเงินไปกว่า3,000 บาท บ้านแม่ค้าก็ปีนข้ามไปเอาเงินสดและมือถือ หนักสุดคือร้านจำหน่ายของเก่า ม.7 ตำบลสลักได น
ยวันชัย ให้การต่อตำรวจแบบหน้าตาเฉย เข้าร้านนี้เป็นครั้งที่5 แล้ว ครั้งแรกได้เงินไป 3,000 บาท รอบที่สองได้ไป 4,000 บาท รอบที่3และรอบที่4ได้เงินไป 5-6,000 บาท ได้ใจจึงมาครั้งที่5 ตามที่วงจรปิดจับภาพได้ ก่อนใช้ชะแลงของร้านงัดประตูเข้าไป แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งแล้ว เจ้าของติดตั้งวงจรปิดให้เชื่อมสัญญาณกันขโมยด้วย เจ้าของจึงแจ้งตำรวจรุดตรวจสอบ ตนเองจึงรีบหนี ทิ้งจักรยานยนต์ที่พึ่งผ่นสีทับใหม่(สีฟ้า) แล้วหลบหนีไปก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา“ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยเข้าทางช่องทางโดยทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า“ปิดฉากมืองัด เข้าไปกินข้าวที่ห้องขังอีกนาน
อัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าวNews24 จ.สุรินทร์ รายงาน
ก่อนตำรวจพลิกประวัติพบมีการแจ้งความเอาไว้เหตุลักทรัพย์ในช่วง2 เดือนที่ผ่านมาและมีลักษณะรูปพรรณคล้ายชายดังกล่าวจึงทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของร้านที่ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน ทั้งร้านรับซื้อของเก่า หมู่ที่7 ตำบลสลักได รวมถึง ร้านจำหน่ายมะพร้าวหอมและขนมแปรรูป ใกล้โค้งรถไฟ ถ.ปัทมานนท์ รวมถึงบ้านเรือนของแม่ค้าตลาดสด ซอยสระถลา หน้าวัดจีนสุรินทร์ เป็นคนร้ายคนเดียว จึงนำตัวไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุทั้งบริเวณไปรษณีย์สุรินทร์ วงจรปิดเห็นพฤติการณ์นั่งมุดก้มรื้อหาทรัพย์สิน จนได้มือถือ เครื่องสแกน ก่อนหลบหนีไป ส่วนร้านจำหน่ายมะพร้าวหอม บริเวณโค้งรถไฟ วงจรปิดเห็นหน้าชัดปีนเข้ามารื้อตู้เก็บเงิน ลิ้นชัก กวาดเงินไปกว่า3,000 บาท บ้านแม่ค้าก็ปีนข้ามไปเอาเงินสดและมือถือ หนักสุดคือร้านจำหน่ายของเก่า ม.7 ตำบลสลักได น
ยวันชัย ให้การต่อตำรวจแบบหน้าตาเฉย เข้าร้านนี้เป็นครั้งที่5 แล้ว ครั้งแรกได้เงินไป 3,000 บาท รอบที่สองได้ไป 4,000 บาท รอบที่3และรอบที่4ได้เงินไป 5-6,000 บาท ได้ใจจึงมาครั้งที่5 ตามที่วงจรปิดจับภาพได้ ก่อนใช้ชะแลงของร้านงัดประตูเข้าไป แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งแล้ว เจ้าของติดตั้งวงจรปิดให้เชื่อมสัญญาณกันขโมยด้วย เจ้าของจึงแจ้งตำรวจรุดตรวจสอบ ตนเองจึงรีบหนี ทิ้งจักรยานยนต์ที่พึ่งผ่นสีทับใหม่(สีฟ้า) แล้วหลบหนีไปก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา“ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยเข้าทางช่องทางโดยทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า“ปิดฉากมืองัด เข้าไปกินข้าวที่ห้องขังอีกนาน
อัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าวNews24 จ.สุรินทร์ รายงาน










