ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารประจำทาง (รถร่วม บขส) ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ประสบปัญหาเดินรถไม่คุ้มทุน ด้วยปัจจัยจากอัตราค่าโดยสาร ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ได้มีมติให้มีการปรับราคาค่าโดยสาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 2 และ 3 ประกาศฉบับดังกล่าว ให้มีผลบังคับใช้ ไม่มีความสอดคล้องกับเงื่อนเวลาและการปรับขึ้นราคาของค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในเวลาที่ผ่านมา การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ กำหนดให้ปรับขึ้นราคามีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน -วันที่ 19 เมษายน 2569 โดยให้ผู้ประกอบการรถโดยสารขนาดใหญ่ รับค่าชดเชยทดแทนกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด ที่นำเสนอของบประประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน “กปถ” แทนและ หลังจากวันที่ 19 เมษายน 2569 ให้จำหน่ายตั๋วในราคาปรับใหม่ได้ นั้น ทั้งนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม ออกข้อกำหนดให้ปฏิบัติไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความล่าช้า ไม่สร้างความเข้าใจอันดี ไม่แสดงเจตนาให้ความช่วยเหลือเยียวยากับผู้ประกอบการรถร่วมอย่างจริงจังรวมถึงมาตรการช่วยเหลือของ
บริษัท ขนส่ง จำกัด ในเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ.302) เฉพาะช่วงเวลาและค่าธรรมเนียมการเดินรถเสริม ทั้งที่ได้มีการร้อง ขอให้มีการพิจารณาดำเนินการโดยจัดเก็บจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ.302)ในอัตราที่ถูกต้องเป็นธรรม ขอให้จัดเก็บเฉพาะเที่ยวที่มีการเดินรถจริงมาตลอด ทั้งที่ผู้ประกอบการ
รถยนต์โดยสาร (รถร่วม บขส) ในช่วงที่ผู้ประกอบการประสบปัญหาไม่คุ้มทุนตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569
ทาง2สมาคมฯจึงยื่นข้อเสนอคือ
1. ขอให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณาปรับอัตราขึ้นค่าโดยสารใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณร่วมด้วย ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค
(Consumer Price -Index-CPI),ดัชนีค่าพลังงาน(Energy Index) และค่าจ้างแรงงานเพื่อสร้างความเป็นธรรม
ในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร และโครงสร้างนี้ควรปรับปรุงแบบขึ้น-ลง เหมาะสมตามสถานการณ์ที่แท้จริงและการผันแปร การขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มขึ้นในขณะนี้
2. การบริหารจัดการของบริษัท ขนส่ง จำกัด ในฐานะเป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร (รถร่วม บขส.มีการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสมกับสภาพปัญหา โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลการการ
จัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ. 302) ควรให้การช่วยเหลือเยียวยา งดเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ.302) ในช่วงนี้เวลานี้ทันที จนกว่าจะมีสถานการณ์ หรือมีการปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลงในราคาปกติ หรือมาตรการการปรับราคาค่าโดยสารตามข้อ 1 ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ซึ่งในส่วนของรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่บริษัท ขนส่ง จำกัด ขอให้ไปนำเสนอขอรับเงินการอุดหนุนจากหน่วยงานภาครัฐ แทนการจัดเก็บจากผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร (รถร่วม บขส)
3. ปัจจุบัน บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้ออกบรรดาคำสั่ง เพื่อมาแก้ไขบทกำหนดโทษ,การลงโทษที่มีบทปรับ มีอัตราจ านวนเงินที่สูงกว่าเดิมมาก ไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ด้านความปลอดภัย การ
ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ อาทิเช่น อัตราเดิมสูงสุด จ านวน 5,000-บาท มาออกค าสั่งใหม่ เป็นปรับจำนวน 50,000.-บาท ในฐานกระทำความผิดเดิม การปรับอัตราค่าปรับใหม่ ของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ในหลาย ๆ
คำสั่งล้วนมีอัตราจำนวนเงินที่สูง เป็นการแก้ไข ออกคำสั่งมาไม่เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยเรื่อง ระเบียบและคู่มือรถร่วม บริษัท ขนส่ง จ ากัด พ.ศ 2547 (แก้ไขครั้งที่ 1 พ.ศ 2547) เป็นการออกคำสั่งนี้ แก้ไขเฉพาะอัตราโทษบางกรณี ”โทษที่มีบทปรับสูงกว่าอัตราโทษบทปรับเดิมมาก ไม่เป็นตรรกะ ไม่มีความสมเหตุสมผลกับ
รายได้ ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการรถร่วม ในช่วงเวลาเช่นนี้ ตัวอย่างกรณีที่ผู้ประกอบการรถร่วม จำหน่ายตั๋วโดยสารล่วงหน้าไปแล้ว ประสบเหตุการณ์ รถยนต์โดยสารไม่สามารถเดินทาง ด้วยเหตุจากการจราจรติดขัด รอคิวเติมนำมัน ฯลฯ มาให้บริการล่าช้า ผู้ประกอบการรถร่วมโดยสารจะโดนค่าปรับจาก บริษัท ขนส่ง จำกัด ในหลายๆ บทลงโทษ ซึ่งอัตราค่าปรับคิดรวมแล้ว ตั้งแต่ 50,000.-100,000-บาท โดยทั้งนี้ ขอให้บริษัท ขนส่ง จำกัด ยกเลิกบรรดาคำสั่งที่ออกมา ไม่เป็นไปตามระเบียบบริษัท ขนส่ง จำกัด ว่าด้วยระเบียบคู่มือรถร่วม พ.ศ 2547(แก้ไขครั้งที่ 1 พ.ศ 2547) ไปก่อน
นายนายอัสนี กล่าวว่า"ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยแบกรับภาระไม่ไหว โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่าวันละหนึ่งล้านบาท ขณะที่รายย่อยต้องรับภาระตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อวัน แต่ในทางกลับกันผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงได้ ซึ่งถือเป็นความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาได้มีการเจรจากับทางบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เพื่อขอปรับค่าโดยสารแล้ว แต่กลับได้รับคำตอบเป็นการข่มขู่ให้ตรึงราคาเอาไว้ มิเช่นนั้นจะดำเนินการยึดเส้นทางสัมปทานคืน ทำให้มองว่าทาง บขส. ไม่มีความเข้าใจในความเดือดร้อนของภาคเอกชน และมีการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากตามกลไกราคาเมื่อน้ำมันสูงขึ้นค่าโดยสารควรปรับตาม และเมื่อน้ำมันลดลงก็ค่อยปรับลดลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการได้เสนอข้อเรียกร้องหลัก 3 ประการต่อรัฐบาล ประกอบด้วย ข้อแรก ขอให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารโดยใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีค่าพลังงาน และค่าจ้างแรงงาน เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในระยะยาว ข้อต่อมาคือขอให้ บขส. ในฐานะคู่สัญญางดเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ (ขสบ. 302) ทันทีเพื่อเป็นการเยียวยา จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลาย โดยให้ บขส. ไปขอรับงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐแทนการจัดเก็บจากผู้ร่วมเดินรถ และข้อสุดท้าย ขอให้ยกเลิกบรรดาคำสั่งแก้ไขบทลงโทษ และค่าปรับที่มีอัตราสูงเกินกว่าเหตุ ซึ่งบางกรณีพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 5,000 บาท เป็น 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น รถมาล่าช้าเพราะปัญหารถติดหรือรอคิวเติมน้ำมัน ซึ่งมองว่าไม่มีความสมเหตุสมผลกับรายได้ในปัจจุบัน นอกจากมาตรการระยะยาวแล้ว ผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดหรือระงับค่าธรรมเนียมใบเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเวลาและหากภายในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ยังไม่มีคำตอบหรือแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาล ผู้ประกอบการบางเส้นทางอาจจำเป็นต้องทยอยหยุดให้บริการเนื่องจากหมดปัญญาที่จะแบกรับภาระขาดทุนต่อไปได้ โดยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่การข่มขู่หรือนำประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพราะทุกคนต่างมีหัวใจในการบริการและรักลูกค้า แต่เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถประคองธุรกิจได้ก็จำเป็นต้องลดเที่ยววิ่งลง แม้จะเป็นช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนมีความต้องการเดินทางสูงก็ตาม"
ทางด้านนายปรีดา กล่าวว่า"การยื่นข้อเสนอในวันนี้หากรัฐบาลยังไม่พิจารณาแก้ไข หรือ มีมาตรการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ในวันที่ 9 เมษายนนี้จะรวมตัวกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะยกระดับการเรียกร้อง ที่อาคารรัฐสภาต่อไป ไม่ได้เอาพี่น้องประชาชนหรือผู้โดยสารมาเป็นตัวประกัน แต่ทางบริษัทแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันไม่ไหวจริงๆ"




