ตำรวจภูธรภาค 5 แจ้งข้อหาหนัก"ชาวจีนค้ามนุษย์ โทษคุกยาว"สหวิชาชีพซี้ชัด! 4 ผู้เสียหายเหยื่อแก๊งจีนฉ้อโกงออนไลน์เข้าข่ายค้ามนุษย์ กรณีถูกข่มขู่-กักขัง บังคับใช้บัญชีม้า เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

30 เมษายน 2569

จากกรณีการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติคดีอาชญากรรมออนไลน์ ของ ชุด PCT ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมชาวจีนหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงออนไลน์และหญิงไทยทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า รวมทั้งหมด 3 ราย ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ข่มขู่ กักขัง หน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ผู้เสียหาย ทำธุรกรรมรับโอนเงินจากบัญชีม้าหลายครั้งแล้วนั้น

ต่อมาในวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 13.00-16.30 น. ชุดปฎิบัติการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศตคม.ภ.5) พร้อมด้วย กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, บก.ปคม., พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงใหม่,สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ,มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก,มูลนิธิลิฟต์อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมกันคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน 4 คน ได้แก่

1.น.ส.พัชรี  อายุ 34 ปี

2.นาย พัชร  อายุ 31 ปี

3.นายวิศิษฏ์  อายุ 31 ปี

4.น.ส.อนุธิดา อายุ 20 ปี

ผลการสัมภาษณ์พบว่า

กรณี น.ส.พัชรี ผู้เสียหายคนที่ 1 มีพฤติการณ์คดีกล่าวคือ น.ส.พัชรีเห็นประกาศใน facebook รับสมัครงาน พนักงานทำความสะอาด จึงสนใจและได้มีการแอดไปคุยในแอปพลิเคชั่นไลน์ หลังจากนั้นได้มีการนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์งาน ผู้เสียหายได้เดินทางไปพร้อมลูกสาวอายุ 4 ปี และ 12 ปี และเมื่อเดินทางไปที่นัดหมาย ได้พบกับคนจีน ชื่อ นายหยาง ชาวจีน (จับกุมแล้ว) ได้พาเดินทางไปที่ รร.แห่งหนึ่ง ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่  จ.เชียงใหม่ เพื่อไปทำความสะอาดห้อง เมื่อไปถึงโรงแรมได้พบกับ คนจีนคนที่ 2 ยังไม่ทราบชื่อ-สกุล (หลบหนี) ทำการยึดโทรศัพท์ และบัตรประชาชน และบังคับให้อยู่ในห้อง ผู้ต้องหาคนจีนไม่ทราบชื่อได้นำโทรศัพท์ ผู้เสียหายไปใช้โดยไม่ยินยอมและเข้าถึงแอปพลิเคชันบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงิน หลักแสนบาท และบังคับให้มีการสแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินไปบัญชีอื่น และจากการสืบสวนของ ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ พบว่ามีการนำเงินในไปซื้อโทรศัพท์มือถือ เพื่อนำไปขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดอันเป็นการฟอกเงินโดย นายหยาง  ชาวจีน (จับกุมแล้ว) และชายชาวจีนคนที่ 2 (หลบหนี) มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายบุตรสาวของ ผู้เสียหายคนที่ 1 อายุ 4 ปี และ 12 ปี ทำให้ผู้เสียหายถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว และใช้บัญชีโดยไม่ยินยอม ทีมสหวิชาชีพได้สัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหาย แล้วมีมติร่วมกันว่า น.ส.พัชรี เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

และมอบหมายให้ จนท.สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกล่าวโทษเพิ่มเติมในคดีอาญา ที่ 886/2569 ที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น หน่วงเหนี่ยวกักขัง อั้งยี่ แล้ว เพิ่มเติม ในข้อหาร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันเป็นองค์กรอาชญากรรมค้ามนุษย์รูปแบบการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบปี  และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และถ้าเป็นการกระทำความผิดโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมต้องระวางโทษหนักกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้กึ่งหนึ่ง

 กรณี ผู้เสียหายรายที่ 2-4 มีพฤติการณ์คล้ายกัน และทีมสหวิชาชีพมีมติว่าเป็น ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แต่มีรายละเอียดผู้ต้องหาแตกต่างกัน ซึ่งต้องแยกคดี ตามพฤติการณ์ ต่างกรรมต่างวาระ และกลุ่มผู้ต้องหา จะได้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

อนึ่ง กรณีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จะได้การคุ้มครองและช่วยเหลือสิทธิตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 33 ต่อไป

ส่งศักดิ์ พรมเอี่ยม รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า