บุรีรัมย์หญิงเลี้ยงแม่พิการลูก 4 ร้องขอความเป็นธรรมถูกออกหมายเรียกฉ้อโกงเป็นรอบที่สองทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด หญิงชาวบุรีรัมย์เลี้ยงแม่พิการ และลูก 4 คน ร้องขอความเป็นธรรม ถูกออกหมายเรียกตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่ไม่ได้กระทำผิดรอบแรกปี 67 ตรวจสอบแล้วบริสุทธิ์ ผ่านไป 2 ปีโผล่อีกกล่าวหาฉ้อโกงเงินขายออนไลน์ 720 บาท ทั้งที่ไม่เคยขายออนไลน์ จี้ สตช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงหากออกหมายผิดพลาดใครจะรับผิดชอบ

 (2 พ.ค.69)  น.ส.อมรา     อายุ 35 ปี ชาว อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ อาชีพรับจ้างทำความสะอาด  ได้ถือหมายเรียกของสถานีตำรวจนครบาลบางเขน  พร้อมสมุดบัญชีธนาคารของตัวเอง   เข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ห้วยราช   เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา    หลังได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สน.บางเขน    ตกเป็นผู้ต้องหา “ฉ้อโกงทรัพย์ฯ”   โดยในหมายเรียกระบุให้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน  ในวันที่ 14 พ.ค.69    ซึ่งจากการสอบถามรายละเอียดจากกับพนักงานสอบสวนที่ออกหมายเรียก   แจ้งเพียงว่ามีผู้มาแจ้งความกล่าวหาว่าเธอ  ฉ้อโกงทรัพย์เกี่ยวกับขายของออนไลน์ จำนวนเงินประมาณ 720 บาท
น.ส.อมรา  จะยืนยันว่า  ไม่เคยขายของออนไลน์และไม่รู้จักกับคนที่แจ้งความกล่าวหา   แต่พนักงานสอบสวนก็ยังยืนกรานจะต้องไปพบพนักงานสอบสวนที่ สน.บางเขน   ทำให้เธอได้รับความเดือดร้อน    เพราะเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นเสาหลักที่ต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งแม่ชราพิการติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และเลี้ยงลูกอีก 4 คน   ลำพังเงินจะกินอยู่ในแต่ละวันยังไม่พอประทังชีวิตเลย   แล้วจะเอาเงินที่ไหนเป็นค่าเดินทางไปกรุงเทพฯ

 น.ส.อมรา   จึงได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และผู้บังคับบัญชาของ สน.บางเขน   ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเธอได้กระทำผิดจริงหรือไม่   เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้รับหมายเรียกในลักษณะดังกล่าว    ซึ่งครั้งแรกเธอได้รับหมายเรียกจาก สน.คันนายาว  เมื่อปี 2567  ก็มีการกล่าวหาว่าฉ้อโกงเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ลักษณะคล้ายกัน  ตอนนั้นระบุยอดเงินประมาณ 1,400 บาท    ซึ่งตอนนั้นเธอได้ร้องขอความช่วยเหลือกับ นายภัทรพงศ์  ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์   เพราะมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา    แล้วเธอก็ไม่มีเงิน  งตอนนั้นทนายอั๋น  จึงได้ออกค่าใช้จ่ายทั้งค่าเดินทาง  ค่ากินอยู่  และพาเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่ สน.คันนายาว    เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และตั้งใจจะไปพบกับคนที่แจ้งความกล่าวหา    แต่ผู้แจ้งกลับไม่มาตามนัด  มีแค่ตำรวจที่ยืนกรานจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้เสียหาย 1,400 บาท  ซึ่งทนายอั๋น  ก็โต้แย้งว่าในเมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ทำผิดแล้วทำไมจะต้องจ่าย   กระทั่งมีการตรวจสอบสเตทเม้นธนาคาร  ก็ไม่ใช่ชื่อของ น.ส.อมรา   ผู้ถูกกล่าวหา   จึงไม่มีการสั่งฟ้อง  สุดท้าย น.ส.อมรา   ก็เป็นผู้บริสุทธิ์  

แต่พอมาวันนี้กลับมีหมายเรียกจาก สน.บางเขน  ในลักษณะคล้ายกันมาอีก   ทั้งที่เธอก็ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดไม่เคยขายของออนไลน์   แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกออกหมายเรียก   แต่พนักงานสอบสวนก็ยังยืนกรานจะให้ไปพบอย่างเดียว   เธอจึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมว่า   หากครั้งนี้เธอบริสุทธิ์แต่กลับถูกออกหมายเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีก   และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป   กระทบการงานขาดรายได้เลี้ยงแม่พิการ และลูก 4 คน แล้วใครจะรับผิดชอบ    ก่อนจะออกหมายเรียกควรตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจน  ไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริสุทธิ์แบบนี้ 

      สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า