ระยอง – เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 เมษายน 2569 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งการด่วนให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง (หน่วยเคลื่อนที่เร็ว) บูรณาการหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบนำกากของเสียอุตสาหกรรมไปฝังกลบและปรับพื้นที่ก่อสร้างทับ หวั่นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมพัฒนา เทศบาลตำบลพนานิคม (กองช่าง) และเครือข่าย ทสม. ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา ภายในบริเวณมีการกองเก็บกากของเสียจำนวนมาก โดยตรวจพบเป็นสารโลหะหนัก อาทิ ทองแดง ซิลิเนียม และสังกะสี ซึ่งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย หากไม่มีการจัดการอย่างถูกต้องอาจปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำได้
โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมพัฒนา เทศบาลตำบลพนานิคม (กองช่าง) และเครือข่าย ทสม. ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา ภายในบริเวณมีการกองเก็บกากของเสียจำนวนมาก โดยตรวจพบเป็นสารโลหะหนัก อาทิ ทองแดง ซิลิเนียม และสังกะสี ซึ่งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย หากไม่มีการจัดการอย่างถูกต้องอาจปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำได้
เบื้องต้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งให้โรงงานดังกล่าว “หยุดประกอบกิจการทันที” พร้อมกำชับให้ผู้ประกอบการเร่งดำเนินการขนย้ายกากของเสียออกไปกำจัดตามหลักวิชาการและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการแล้วขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป โดยคดีนี้อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการครอบครองและกำจัดของเสียอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ จังหวัดระยองยืนยันจะติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกระทบต่อประชาชน พร้อมเร่งสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ว่าจะได้รับความเป็นธรรม และมีการแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใสตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ.





