น่าน – ประเด็นร้อนเรื่องการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดน่านถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างเข้มข้น ในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนรับมือภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1/2569 ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เป็นประธานการประชุม เพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการรับมือสถานการณ์น้ำทั้งระบบ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การตั้งคำถามต่อ “ฝายธงน้อย” ซึ่งถูกกล่าวถึงอีกครั้งในวงประชุม หลังถูกตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องว่า อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำน่าน
นางสาววัชรี พรมทอง ประธาน หอการค้าจังหวัดน่าน แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ประชาชนจำนวนมากยังมีความกังวลว่า ฝายดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ โดยนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2549
พื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่านและอำเภอใกล้เคียงต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2568 ที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการฝายธงน้อยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันมีแผนขยายประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 2 บาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำเป็นประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าปริมาณน้ำช่วงวิกฤตอาจสูงถึง 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ยังมีน้ำส่วนเกินที่ระบายไม่ทัน และเสี่ยงไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โบราณสถาน และพื้นที่สำคัญ
ข้อเสนอในที่ประชุมยังรวมถึงการทบทวนโครงการอย่างรอบด้าน ทั้งโครงสร้าง การบริหารจัดการน้ำ และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากผลการศึกษาพบว่าโครงการไม่ตอบโจทย์ อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น รวมถึงการรื้อถอน ซึ่งอาจใช้งบประมาณน้อยกว่าและแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ชี้แจงตามหลักอุทกวิทยาว่า ฝายธงน้อยไม่ใช่สาเหตุของปัญหาน้ำท่วม และยังไม่มีแผนรื้อถอน โดยมีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เช่น การก่อสร้างอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ และการขุดลอกตะกอนหน้าฝาย
ประเด็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการของภาครัฐในระยะยาวต่อไป
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน




