รายงานระบุว่า ปัญหาขยะบนเกาะล้านเป็นปมเรื้อรังสะสมมาหลายปี ปัจจุบันมีขยะตกค้างมากกว่า 150,000 ตัน และยังมีขยะเกิดใหม่เฉลี่ยวันละ 25 ตัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ สุขอนามัยของประชาชน ตลอดจนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างหนักเกาะล้านถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของพัทยา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกจำนวนมากตลอดปี หากปล่อยให้ปัญหาขยะลุกลาม ย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งผู้ประกอบการเรือ ร้านอาหาร โรงแรม และชุมชนท้องถิ่น
เมืองพัทยาได้เดินหน้าตามแผนแม่บทบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ และนโยบาย “จังหวัดสะอาด” ด้วยการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีเตาเผาขยะมาตรฐานสูง รองรับการกำจัดขยะได้สูงสุด 50 ตันต่อวันระบบดังกล่าวออกแบบให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของพื้นที่เกาะ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ทั้งระบบเผาทำลาย ระบบอาคารประกอบ และระบบฝังกลบเถ้า ภายใต้กฎหมายและหลักวิชาการสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด
คณะสมาชิกวุฒิสภาเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาขยะจะสำเร็จไม่ได้ หากขาดการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดการใช้พลาสติก และสร้างวินัยด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันพร้อมผลักดันให้เกาะล้านก้าวสู่ต้นแบบเกาะท่องเที่ยวสีเขียว สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อธรรมชาติ รองรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการตรวจงาน แต่สะท้อนความจริงจังในการแก้ปัญหาที่สะสมมานาน หากโครงการเดินหน้าเต็มรูปแบบ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกาะล้าน จากเกาะที่เคยเผชิญวิกฤตขยะ สู่เกาะท่องเที่ยวคุณภาพแห่งอ่าวไทยในอนาคต








