โดยกล้องวงจรปิดของปั้มสามารถบันทึกภาพขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ร่วมกับชุดสืบ สภ.ลำปลายมาศ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจากการสืบสวนหาข่าวและพยานหลักฐานทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสุขสันต์ และได้หลบหนีไปต่างจังหวัด จึงได้ขออนุมัติหมายศาล จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ร่วมกับชุดสืบภาค 3 และชุดสืบ สภ.ลำปลายมาศ ออกติดตามตัวนายสุขสันต์ จนสามารถจับกุมตัวนายสุขสันต์ ผู้ต้องหา ได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ก่อนจะนำตัวกลับมาท้องที่เกิดเหตุ
ซึ่งจากการสอบถามนายสุขสันต์ รับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุชิงเงินปั้มจริง โดยเงินสดที่ได้ไป 128,400 บาท เอาไปกินเที่ยวสังสรรค์ช่วงสงกรานต์ ทั้งเปย์สาว และเล่นการพนันออนไลน์จนหมด
หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสุขสันต์ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังปั้มที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่หลบหนี
ทั้งนี้จากการสอบประวัติพบว่า นายสุขสันต์ ผู้ต้องหา เคยทำงานอยู่ในปั๊มที่เกิดเหตุมาก่อน แต่ได้ก่อเหตุลักทรัพย์เงินของปั้มไปกว่า 30,000 บาท จึงโดนไล่ออกเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน แต่ก็ไม่สำนึกยังหวนกลับมาก่อเหตุจี้ชิงเงินปั้มดังกล่าวอีก
พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า พฤติการณ์ก่อเหตุของผู้ต้องหา
จะรอลาดเลาขณะที่พนักงานปั้มจะนำเงินไปเก็บในตู้เซฟของออฟฟิส โดยคนร้ายได้นั่งซุ่มรออยู่ด้านหลังพอสบโอกาสก็ลงมือก่อเหตุ ส่วนเงินที่ได้ผู้ต้องหาสารภาพว่าเอาไปกินเที่ยว ซื้อโทรศัพท์ และใช้หนี้ จากการสอบประวัติทราบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุขโมยทรัพย์สินแฟน ญาติ และลักทรัพย์เงินปั้มแห่งนี้มาก่อนทั้งนี้ยังได้ฝากเตือนสถานีบริการน้ำมันหรือผู้ประกอบการต่างๆ ด้วยว่าหากจะนำเงินไปเก็บไม่ควรจะไปคนเดียว เพราะอาจเป็นช่วงโอกาสที่ทำให้คนร้ายลงมือก่อเหตุได้ง่าย
หลังทำแผนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสุขสันต์ ผู้ต้องหาหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำปลายมาศ เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธในเวลากลางคืน”
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์










