วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำปรับราคาไม่หยุด ทำให้สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับร้านขายส้มตำชื่อดังที่บุรีรัมย์ ที่เคยมีลูกค้าแน่นร้านยอดขายวันละกว่า 2 หมื่น ซบเซาลงอย่างน่าใจหายทั้งลูกค้าหน้าร้านและไรเดอร์ ยอดขายลดฮวบกว่าครึ่ง แต่กลับต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น แต่ยังไม่กล้าขึ้นราคาขายหวั่นลูกค้าน้อยลงอีก วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา
(25 มี.ค.69) บรรยากาศร้านส้มตำ “ยายนอม” ซึ่งเป็นร้านขายส้มตำไก่ย่างชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เปิดขายมานานกว่า 40 ปี มีลูกค้าทั้งหน้าร้าน และไรเดอร์ แน่นร้านทุกวัน และเคยมียอดขายถึงวันละ 2 – 3 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันเงียบเหงาอย่างน่าใจหาย แทบไม่มีลูกค้ามานั่งรับประทานที่ร้าน และไม่มีไรเดอร์มานั่งรอออเดอร์อาหารเหมือนเมื่อก่อน เจ้าของร้านบอกว่าเป็นแบบนี้มากว่า 1 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน และมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เป็นผลพวงทำให้สินค้าต่างๆ ทยอยปรับขึ้นราคาตามไปด้วย ทำให้มีผลต่อค่าครองชีพ ต่างพากันเซฟเงินในกระเป๋าไม่กล้าใช้จ่าย
น.ส.สุกัลยา บำรุงสุนทร เจ้าของร้านส้มตำยายนอม บอกว่า ปัญหาน้ำมันแพงและขาดแคลน ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เคยเป็นลูกค้าหลักลดลง ทำให้ยอดขายหายไปมากกว่าครึ่ง จากเมื่อก่อนเคยขายได้วันละ 2 – 3 หมื่นบาท แต่ทุกวันนี้ยอดขายลดลงกว่าครึ่ง ยังไม่หักค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างลูกน้อง และค่าใช้จ่ายภายในร้าน
ขณะที่วัตถุดิบในการตำส้มตำและประกอบอาหารขาย ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นไก่สด เนื้อหมู ที่ปรับราคาขึ้นถุงละ 80–100 บาท รวมถึงมะนาว มะเขือเทศ และอุปกรณ์จำเป็นอย่างถุงพลาสติก หนังยาง ต่างก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น
แต่ยอดขายกลับลดลงกว่าครึ่ง แต่ทางร้านยังคงตรึงราคาขายไว้เท่าเดิม เนื่องจากกังวลว่าหากปรับขึ้นราคา อาจยิ่งทำให้ลูกค้าลดลงไปอีก อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และต้นทุนเพิ่มสูงจนไม่สามารถแบกรับได้
อาจจำเป็นต้องปรับราคาในอนาคตเพื่อให้สามารถอยู่รอด ก็อยากฝากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน และควบคุมราคาสินค้า ไม่ให้กระทบไปมากกว่านี้
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์
ลำดับภาพ – ภาพบรรยากาศร้านส้มตำเงียบเหงา – สัมฯ แม่ค้า






