โดยมีเจ้าอาวาสในฐานะประธานและมีคณะกรรมการได้มาชี้แจงกับชาวบ้านไปก่อนหน้านี้แล้วโดยจะให้ชาวบ้านรับเงินคนละ 30,000 บาทจากต้นที่ควรจะได้รับ 190,000 บาท
ส่วนที่ค้างไว้ซึ่งปัจจุบันนี้ชาวบ้านยังไม่ได้รับเงินดังกล่าวบางรายไม่มีงานทำบุญ 100 วัน ถึงกับหลั่งน้ำตาเนื่องจากเป็นเงินก้อนสุดท้ายอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหาที่มาที่ไปของการใช้เงินและตรวจสอบระบบการดำเนินการทั้งหมดเนื่องจากน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่า 200 รายโดยขณะนี้ผู้เสียหายบางรายเตรียมเอกสารเพื่อเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อหาทางดำเนินคดีแล้ว
ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางประไพ ดีธนัง อายุ 68ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/3 หมู่ 1 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยองเป็นอีกรายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยกล่าวว่าสามีของตนเองชื่อนายสมพงษ์ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ขณะที่บำเพ็ญกุศลศพนั้นได้กู้หนี้ยืมสินของชาวบ้านมาเพื่อที่จะมาทำงานพิธีศพให้กับสามีซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อหวังที่จะได้เงินจากการที่ส่งให้กับสาธารณะสงเคราะห์บ้านค่ายมา 17 ปีแต่พอทำพิธีศพเรียบร้อยไปติดต่อได้เงินเพียง 90,000 บาทส่วนที่เหลืออีก 90,000 บาทบอกว่าเมื่อถึงวันร้อยวันแล้วจะติดต่อกลับมาจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะได้เงิน
ติดต่อสอบถามไปแล้วก็ยังไม่ได้ผลเรื่องนี้ตนเองเตรียมเอกสารและปรึกษากับผู้ที่ได้รับผลกระทบอีกหลายคนหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเรียกร้องเงินที่ตนเองส่งให้กับสามีนำมาประกอบพิธีงานร้อยวันตามประเพณี
โดยขณะนี้ต้องรอเงินจำนวนดังกล่าวแถมติดหนี้ที่กู้หนี้ยืมสินมาด้วยตนเองนั้นเดือดร้อนมากขณะนี้ไม่มีเงินแม้แต่จะใช้หนี้สินที่ขอยืมมาช่วงทำงานศพ
เช่นเดียวกับนางเข็ม สุวรรณพิทักษ์ อายุ 86 ปี ชาวตำบลชากบก อำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยองเปิดเผยว่าตนเองจ่ายมาแล้วเกือบ 20 ปีแต่ตอนนี้ทราบข่าวว่าเงินไม่ครบจึงปรึกษาลูกๆแล้วลูกๆสั่งให้หยุดจ่ายเพื่อรอให้ทางส่วนที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงและอยากได้เงินส่วนที่ส่งไปนั้นคืนมาเนื่องจากส่งไปแล้วเกือบ 200,000 บาท
เช่นเดียวกับชาวบ้านรายอื่นที่ทราบข่าวในเรื่องดังกล่าวได้ทยอยหยุดส่งกันมาก่อนหน้านี้แล้วบางรายขอบอกกับทีมข่าวว่า ไม่ขอไปต่อในการส่งและขอหยุดส่งเพื่อรอให้ทาง สาธารณสงเคราะห์ออกมาชี้แจงและหาเงินมาคืนในส่วนที่ส่งไปเพราะส่งมาทุกเดือนแล้วไม่เคยขาดแต่กลับมีปัญหาเรื่องการเงินอยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเรื่องนี้เข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในจุดดังกล่าวให้ชัดเจนซึ่งเป็นเงินของชาวบ้านตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำและหวังจะให้ลูกหลานสบายยามที่ตนเองนั้นจากไป
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดพบว่าที่วัดมีการจัดงานพิธีและพบว่าสำนักงานสาธารณสงเคราะห์ ปิดอยู่ไม่พบพนักงานเข้าออก นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านระบุอีกว่านอกจากจะมีเงินสาธารณสงเคราะห์แล้ว ยังมีสาธารณสงเคราะห์แบบครอบครัวด้วย เท่ากับต้องจ่ายถึง 2 เท่าบางบ้านจ่ายเดือนละ 2,000 บาทเลยทีเดียวซึ่งพอมีข่าวดังกล่าวแล้วทำให้ทุกคนนั้นเตรียมที่จะนัดรวมตัวกันมาที่วัดเพื่อให้ชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดและเรียกร้องให้ทางวัดออกมาให้ข้อมูลอย่างกระจ่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วย
สมนึก กรมภักดิ์/ระยอง

