โดยได้รับข้อมูลสำคัญจากนายอภิชาติฯ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.40 น. สามารถติดต่อมารดาได้ช่วงสั้นๆ แต่ไม่ยอมบอกสถานที่ โดยสังเกตว่ามีเสียงบรรยากาศเงียบสงบคล้ายอยู่ในห้องพัก
ชุดสืบสวนจึงใช้ไหวพริบในการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว และเร่งปูพรมตรวจสอบโรงแรมที่พักในบริเวณใกล้เคียง จนทราบว่าผู้เสียหายได้ไปเปิดห้องพักชั่วคราวที่โรงแรมย่านสาทร และได้นั่งรถแท็กซี่ออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามแกะรอยเส้นทางรถแท็กซี่คันดังกล่าว จนกระทั่งพบเบาะแสว่าผู้เสียหายเดินทาง
ไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 3
เมื่อไปถึงห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังค้นหาอย่างเร่งด่วน จนพบตัวนางอินทิราฯ กำลังยืนอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารออมสิน และกำลังทำเรื่องขอถอนเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้แสดงตัวเข้ายับยั้งและระงับการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้ทันท่วงที พร้อมทั้งพูดคุยทำความเข้าใจจนผู้เสียหาย
รู้สึกตัวและคลายความกังวล
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ต ารวจจะไปถึง นางอินทิราฯ ได้ถูกหลอกให้ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารกรุงไทยไปแล้วจำนวน 3 บัญชี รวมเป็ นเงิน 13,000 บาทและขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ กำลังจะถอนเงินจากธนาคารออมสินอีกจำนวน 26,000 บาท แต่ถูกระงับไว้ได้ก่อนจากนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนางอินทิราฯ มายัง สน.ยานนาวา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และดูแลความปลอดภัย พร้อมประสานญาติให้มารับตัวกลับที่พักต่อไป
ทั้งนี้ข้อห่วงใยจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัว โปรดระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็ นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรศัพท์มาข่มขู่ให้โอนเงิน
ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ทางโทรศัพท์ หากพบเหตุต้องสงสัย ให้รีบวางสายและแจ้งตำรวจท้องที่ หรือโทร 191 หรือสายด่วนตำารวจไซเบอร์ 1441 ทันที


