สมาชิกสาธารณสงเคราะห์วัดบ้านค่ายขอให้ตรวจสอบด่วนกว่า 2,000 รายระส่ำหนักไม่กล้าจ่ายต่อผวากลัวยุบเหมือนที่ผ่านมา

  ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านเขตอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหลังส่งเงินให้กับสาธารณสงเคราะห์ เพื่อหวังให้ได้เงินเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีงานศพหลังเสียชีวิต แต่กลับได้รับเงินเพียงครึ่งเดียวของเงินจำนวน 190,000 บาท โดยปัจจุบันมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 2,000 คนที่ยังส่งเงินอยู่ให้กลับสาธารณสงเคราะห์บ้านค่าย

      ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกหวังที่จะได้เงินอย่างต่อเนื่องทั้งวันเพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทางชาวบ้านที่ส่งเงินในฐานะสมาชิกนั้นส่วนมากจะเป็นคนชราโดยมีลูกหลานเป็นผู้ส่งให้ทาง คน ก็ส่งเอง หลังจากทราบข่าวว่าเงินที่ส่งไว้ได้ไม่ครบหลังเสียชีวิตเป็นเหตุให้ตอนนี้มีการชะงักการส่งกันอย่างต่อเนื่อง


  นายพร ผู้เก็บเงินของสมาชิกสถานสงเคราะห์วัดบ้านค่ายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้มีสมาชิกลดน้อยลงแต่เดิมตนเองเก็บนั้นมี 200 รายแต่ตอนนี้เหลือประมาณ 100 รายเท่านั้นเลยตนเองนั้นเก็บในเขตของตำบล"ชากบก"อำเภอบ้านค่ายรายละ 800-2,000 บาท

     เก็บแล้วนำไปส่ง ให้ที่สำนักงานตั้งอยู่ที่วัดบ้านค่ายโดยมีทีมคอยเก็บเงินกับชาวบ้านที่สมัครเป็นสมาชิกทั้งหมด 18 สายรวมสมาชิกทั้งสิ้น 2,000 กว่ารายและมีผู้เสียชีวิตแต่ละอาทิตย์จำนวน 3-5 ราย

      หลังจากเก็บมาแล้วจะมีฝ่ายการเงินเป็นหญิง 2 คนซึ่งเป็นคนในพื้นที่เป็นคอยดูแลเรื่องการเงินทั้งหมดเงินทั้งหมดนั้นมีอำนาจเบิกจ่ายคือเจ้าอาวาสวัดบ้านค่ายซึ่งเป็นคนดูแลสาธารณะสถานสงเคราะห์ดังกล่าวนอกจากนี้ยังมีเงินสงเคราะห์แบบครอบครัวด้วยโดยมีทั้งหมดรวม 2 แบบ

      พนักงานเก็บเงินรายหนึ่งยังเปิดเผยว่าสำหรับเงินที่ได้มานั้นการเบิกจ่ายและออกใบเสร็จถูกต้องตามกฎหมายและรายละเอียดต่างๆส่วนรายละเอียดว่าเงินหายไปไหนนั้นไม่มีใครรู้ว่าบริหารอย่างไรมีหน้าที่เก็บเงินและส่งมอบให้กับสาธารณะสงเคราะห์เท่านั้นส่วนรายละเอียดอื่นๆต้องถามทางเจ้าอาวาส

       นอกจากนี้ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้คณะกรรมการและสมาชิกทุกสายที่คอยเก็บเงินจะต้องเข้าประชุมในเรื่องที่เกิดขึ้นโดยมีทางเจ้าอาวาสเป็นคนนัดประชุมภายในด้วยแต่ยังไม่ทราบว่าเรื่องอะไร

      เช่นเดียวกับนางไพเราะ ได้ออกมาเปิดเผยว่าสามีของตนเองเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาจนจะครบปีแล้วยังได้เงินไม่ครบได้เพียง 90,000 บาทเหลืออีก 90,000 บาททางวัดบอกว่าจะทยอยครั้งละ 30,000 บาทจำนวน 3 ครั้งแต่ตอนนี้ยังไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวและยังไม่มีคำตอบว่าจะได้วันไหนซึ่งตนเองนั้นได้นัดหมายกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอีกหลายคนเพื่อหาทางที่จะดำเนินการเอาเงินคืนเนื่องจากตนเองนั้นใช้ชีวิตอยู่กับลูกคนเดียวและคนอื่นๆก็เดือดร้อนเหมือนกับตนเองซึ่งเป็นเงินที่ตนเองเป็นคนส่งให้กับสามีที่เสียชีวิต

โดยส่งมาตลอดไม่เคยขาดหวังว่าจะได้เงินส่วนนั้นคืนแต่กลับไม่ได้รู้สึกเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าทางสาธารณะสงเคราะห์ที่ตั้งอยู่ในวัดอันเป็นความน่าเชื่อถือศรัทธาของชาวบ้านต้องมาเป็นอย่างนี้

       ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากชาวบ้านอีกว่าขณะนี้ชาวบ้านทั้งหมดที่ส่งเงินอยู่จะหยุดส่งชั่วคราวและจะเดินทางไปสอบถามกับทางวัดบ้านค่ายซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของสำนักงานสาธารณสงเคราะห์ เพื่อจะนัดรวมตัวกันสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นและสอบถามเรื่องเงินที่ส่งไว้ว่าจะได้คืนหรือไม่หรือจะล้มเลิกเหมือนกับวัดอื่นๆที่เคยเป็นมา

       แหล่งข่าวยังระบุอีกว่าก่อนหน้านั้นสถานสงเคราะห์ลักษณะเดียวกันซึ่งเป็นเงินสะสมของคนแก่ที่หวังให้บุตรหลานได้มีกินมีใช้ยามเสียชีวิตแต่ก็ต้องยุบไปเช่น "วัดห้วงหิน "หนองพะวา "สมาคมสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านบ้านเพ"สมาคมผู้สูงอายุคลองปูน"ซึ่งชาวบ้านนั้นส่งเงินอย่างต่อเนื่องต่อมาก็ยุบเช่นกันโดยชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์และวิตกกังวลในเรื่องที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะมีการยุบเหมือนกับวัดอื่นๆที่ผ่านมาด้วย.

           สมนึก  กรมภักดิ์/ระยอง

ใหม่กว่า เก่ากว่า