(3 ต.ค.68) นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ รุ่นที่ 7 ของศูนย์รักศรัทธาต้านยาเสพติด วัดจันทราวาส ซึ่งมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ร่วมกับส่วนราชการทุกภาคส่วนในพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมกันจัดขึ้น
โดยการนำผู้เสพยาเสพติดที่ตรวจคัดกรองจากทั้งทุกพื้นที่ใน 16 ตำบล ของ อ.ลำปลายมาศ จำนวน 133 คน เขารับการฝึกอบรม ที่ศูนย์รักศรัทธาต้านยาเสพติด วัดจันทราวาส ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นระยะเวลา 7 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 3-9 ต.ค.68 โดยจะใช้การอบรมธรรมะ รักษาศีล 5 และฝึกอาชีพ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้ทำเรื่องยาเสพติดมา 2 ปี ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน และเมื่อรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ตนเองทำเรื่องยาเสพติด จึงทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายจะประกาศบุรีรัมย์โมเดลแก้ปัญหายาเสพติด แล้วสิ่งที่เรากล้าอ้างว่าบุรีรัมย์โมเดล เพื่อจะได้พิสูจน์คำสบประมาทของหลายคน หรือหลายพรรคการเมืองว่าทำได้ไหม ทำเป็นไหม ทำดีไหม และไม่ใช่ว่าเพิ่งมาลงมือทำในวันนี้ เพราะตนได้ทำมาเป็นปกติโดยตลอด และในวันนี้เป็นการเข้าค่ายบำบัดยาเสพติด
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จะเอาบุรีรัมย์โมเดลไปทำให้ครอบคลุมในทุกจังหวัด โดยขั้นตอนเริ่มจากการสแกนพื้นที่ใหม่ทั้งหมด ว่าประเทศเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือการสแกนพื้นที่ระบาดของยาเสพติด และแบ่งลำดับจากเสพน้อยไปจนถึงเสพมากถึงขั้นจิตเวช ก็จะแบ่งการควบคุมดูแล ทั้งการดูแลในระดับชุมชนล้อมรักษ์ การดูแลจากโรงพยาบาล การเข้ารับการบำบัดรักษา มินิธัญญารักษ์ แล้วนอกจากการสแกนพื้นที่ก็ยังได้เห็นประชาชนที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างทั่วถึง โดยใช้กล่องผ้าป่าคือผ้าป่ายาเสพติด “แต่ก่อนเขาไม่กล้าให้ข้อมูล เขาไม่กลัว วันนี้ผู้ใหญ่บ้านประชุมชาวบ้านแจกกระดาษ ให้เขียนครอบครัวไหน คนไหน ชุมชนไหน สุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องยาเสพติด ให้เขียนข้อมูลใส่กล่อง แล้วเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ โรงพยาบาล และส่วนเกี่ยวข้องจะได้นำข้อมูลมาประมวลผลร่วมกัน เพื่อที่จะเอาบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดูแลตามลำดับขั้นตอนที่ได้จัดไว้” นายโสภณ กล่าว และว่า “เริ่มต้นภายในเดือนนี้ จ.บุรีรัมย์ จะจัดให้มีการสแกนผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ครบทุกทั้ง 23 อำเภอ อีกทั้งภายในเดือนตุลาคมนี้ทุกจังหวัด
ก็จะได้สแกนหากลุ่มบุคคลที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดเช่นเดียวกัน ส่วนจังหวัดอื่นเข้าเดือนที่สองก็จะเริ่มต้นการบำบัดฟื้นฟูและดูแลตามขั้นตอนต่างๆต่อไป ซึ่งเรามีนโยบายอยู่ว่าจะแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการกระทำไม่ใช่ด้วยนโยบายที่พึงพอใจด้วยตัวเลข ไม่ใช่มอบนโยบายไปเพื่อเอาตัวเลขมาบริหาร ว่าติดเท่าไหร่มาหลอกกัน ซึ่งวันนี้จะเป็นการสแกนจริงเอาประชาชนมาสแกนกันจริงๆ”สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์















