เดนคุกจิตเวช!เร่ร่อนมาจากกบินทร์บุรีกระชากสร้อยคอคนขับรถหญิง 2แถววัย65 ปี พลเมืองดี-ตร.จับได้ทันควัน!เผยเป็นชายเร่ร่อนเข้า

 

ออกคุกมาหลายรอบ   มาจาก สถานีรถไฟกบินทร์บุรี  ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ลงสถานรถไฟปราจีนบุรีมานอนค้างที่สถานีรถไฟ ส่วนเหยื่อเป็นหญิงวัย 65 ปี ขับสองแถวคันสุดท้ายแล้วของตัวเมืองปราจีนฯ ที่เหลืออยู่  ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้นั่งรถโดยสารสองแถววนรอบเมืองแล้วกลับมาที่เดิม  แล้วมากระชากสร้อยคนขับรถสองแถว    ช่วงเกิดเหตุพอดีคนส่งน้ำแข็งขับรถจยย.พ่วงข้างส่งน้ำแข็งขับขี่มาเจอก็เลย ล็อคคอไว้  แล้วเรียกตำรวจ   วันที่ 27 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก
จ.ปราจีนบุรีพบเพจของสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิได้เผยแพร่ภาพพร้อมระบุข้อความการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ... ร.ต.ต.จงยุทธ เสวันนา รอง สว.(ป.) สภ.ศรีมหาโพธิ ขณะรับประทานอาหารเช้าบริเวณหน้าสถานีรถไฟเมืองปราจีนบุรี ได้ยินประชาชนร้องเอ๊ะอะให้ช่วย มีเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยทอง พบเหตุซึ่งหน้า
จึงเข้าจับกุมคนร้ายแล้วประสานให้สายตรวจจักรยานยนต์ สภ.เมืองปราจีนบุรี ควบคุมตัวไปสถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป …ร.ต.อ.มงคล ลารินทา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี เปิดเผยว่า   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุ ๒๙๒ ว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์บริเวณหน้าสถานีรถไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไปตรวจสอบ เหตุดังกล่าว พบ น.ส.นารีย์ (ผู้เสียหาย) ยืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุและแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ตนได้ขับรถสองแถวรับส่งผู้โดยสาร จนมาถึงสถานีรถไฟได้โดนนายสมคิด(สงวนนามสกุล) อายุ ๔๓ ปี ที่นั่งรถโดยสารของ น.ส.นารีย์ฯ ได้ลงมาจากรถและทำการกระชากสร้อยคอน้ำหนัก 1 บาท  จากน.ส.นารีย์ฯ ขณะที่ยืนเผลออยู่และได้วิ่งหนีไป น.ส.นารีย์ฯ จึงได้วิ่งตามและได้เรียกให้คนช่วย แล้วต่อมา มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยจับกุมตัว
นายสมคิดฯ ไว้ได้พร้อมสร้อยคำทองคำของกลาง จากนั้นได้โทรศัพท์แจ้ง ศูนย์ ๓๙๓ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สอบถามนายสมคิดฯ ว่าได้ทำ การวิ่งราวทรัพย์จริงหรือไม่ ซึ่งนายสมคิดฯ ได้รับสารภาพว่าได้ทำการวิ่งราวทรัพย์จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด จับกุมจึงนำตัวนายสมคิดฯ มายัง สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดี เมื่อมาถึง สภ.เมืองปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำบันทึกจับกุม พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่าเขาต้องถูกจับ, แจ้งข้อ
กล่าวหาให้ทราบ, แจ้งสิทธิเบื้องต้นให้ผู้ถูกจับกุมทราบ ณ สถานที่จับกุม และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป ตามคดีอาญาที่ ๔๕๓/๒๕๖๘ต่อมาเวลา 18.30 น. ร.ต.ต.จงยุทธ เสวันนา รอง สว.(ป.) สภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า  ช่วงเกิดเหตุกำลังนั่งกินต้มเลือดหมูหน้าสถานีรถไฟระหว่างรออบรมการค้ามนุษย์มีเสียโวยวายเรียกหาตำรวจว่ามีคนร้ายกระชากสร้อยคอ ที่พลเมืองดีควบคุมคนร้ายได้แล้ว ได้ไปแสดงตัวให้คนร้ายนอนราบตรวจไม่มี
อาวุธ จึงแจ้ง 191 มารับตัว ประชาชนตำรวจอยู่ตรงไหนเป็นตำรวจคนยอมรับว่าตำรวจควบคุมสถานการณ์ได้คนยอมรับในเครื่องแบบช่วงเกิดเหตุคนร้ายลงจากรถเมล์แล้วกระชากสร้อยน.ส.นารีย์คนขับ และได้ถูกพลเมืองดีจับกุมตัวเรียบร้อยแล้ว ตำรวจเราเข้าคุมสถานการณ์และประชาชนอุ่นใจ ขอชื่นชมพลเมืองดีที่ลงจากรถ จยย.พ่วงข้างหลังเห็นเหตุการณ์แล้วไม่นิ่งเฉยและผู้คนรอบ ๆที่ช่วยกันหรับตนเองเป็นตำรวจคนเดียวกับเหตุการณ์ช่วยนำเด็กอนุบาลไม่ยอมลงรถไม่ไปโรงเรียน กล่อม
ให้ไปโรงเรียนโดยบอกหากไม่เรียนหนังสือพ่อ-แม่จะถูกมีความผิดจน นร.ยอมไปเรียนและเป็นข่าวเฮฮา  ร.ต.ต.จงยุทธกล่าวด้าน น.ส.นารีย์ พรมสี หรือป้ายูกิ อายุ 65 ปี ขับรถสองแถว  เปิดใจ เล่าว่า  ขับรถสองแถวมา 10 กว่าปีแล้ว    เมื่อก่อนนี้มีลูกน้องขับอยู่   ตามตระกูลบอกว่าใครเป็นลูกคนสุดท้องก็กลับมาดูแลพ่อแม่   ตนเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวน 6 คน จึงรับหน้าที่ต่อช่วงเกิดเหตุคนร้ายได้ขึ้นรถตรงสถานีรถไฟ   แล้วบอกว่าจะไปเรือนจำ   เมื่อไปถึงแต่รถไม่ได้ผ่าน
เรือนจำปราจีนบุรี  พอไปถึงโรงพยาบาลเจ้าพระยาแล้ววนกลับมาคนร้ายก็ไม่ยอมลงรถ    ตนจึงเดินไปถามหลังจากนั้นคนร้ายก็มากระชากสร้อยที่คอแล้วชูสร้อยขึ้น ตกใจตอนนี้แหละขอพระคืนเพราะว่าพระองค์นี้ได้มาตั้งแต่อายุ 18 ปีเกิดการเสียดายพระ    ก็ขอพระคืนจากคนร้าย แล้วพระองค์นี้ตอนที่ตนรถคว่ำตนเองไม่เป็นอะไรก็มีกระจกบาดที่ ศีรษะเย็บ 25 เข็ม ก็รอดตายมา จากการรถคว่ำแล้วมาครั้งนี้ก็มีคนร้ายมา กระชากสร้อย แต่ก็ได้คืน ถือว่าโชคดี   ก็การดำเนินคดีก็แล้ว
แต่ตำรวจ    พอตนได้ พระคืน ก็ดีใจ ก็รู้สึกตกใจว่า เล็กน้อย     แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน    ส่วนที่ยังขับสองแถวนับว่าคันสุดท้ายแล้วของตัวเมืองปราจีนฯอยู่ก็เพราะว่าสงสารเด็กๆ ตำบลเนินหอม ที่มาโรงเรียน   เขาเลิกกิจการกันหมดเหลือรถของตนอยู่คันเดียวก็สงสารเด็กๆแล้วจึงขับต่อมาจนอายุนี่ 65
แล้วปีนี้   อีกอย่างหนึ่งก็เป็นอาชีพ   อยู่เฉยๆก็ไม่มีรายได้  น.ส.นารีย์กล่าวด้านนายอ้อ คนขับรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างที่เห็นเหตุการณ์   เล่าว่า    นายสมคิดเป็นชายเร่ร่อนมาจาก สถานีรถไฟกบินทร์บุรี  ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ลงสถานรถไฟปราจีนบุรีมานอนค้างที่สถานีรถไฟ    ก่อนเกิดเหตุคนร้ายก็นั่งรถโดยสารสองแถววนรอบเมืองแล้วกลับมาที่เดิม  แล้วมากระชากสร้อยคนขับรถสองแถว    ช่วงเกิดเหตุพอดีคนส่งน้ำแข็งขับรถจยย.พ่วงข้างส่งน้ำแข็งขับขี่มาเจอก็เลย ล็อคคอไว้  แล้วก็เรียกตำรวจ   ลักษณะนายสมคิดเหมือนคนไม่มีแรง เข้า – ออกคุกมาหลายรอบ   ด้านสายตรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ช่วงสับเปลี่ยนเวรฯ บอกว่า   นายสมคิดในห้องควบคุมก็โวยวายที่โรงพัก คล้ายคน จิตเวช###   มานิตย์ สนับบุญ 081-5583238-ข่าว/ ณัฐนันท์ – จุฑารัตน์ - ภาพ/ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดปราจีนบุรี

ใหม่กว่า เก่ากว่า