ข้อมูลใน ปี 2558 กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ไปแล้วกว่า 73,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม พบว่า วิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่มีความจาเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้ โดยในระยะที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จนสามารถกาหนดแนวทางพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน และได้รับการสนับสนุนการพัฒนาภายใต้กลไกของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดและอนุกรรมการฯอาเภอแล้วจานวนหนึ่ง
ในปีงบประมาณ 2558 การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนจะมุ่งเน้นผลการดาเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วย การเน้นให้เกิดการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนโดยผ่านกลไกของคณะกรรมการและอนุกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในทุกระดับให้สามารถยกระดับการพัฒนาขึ้นตามลาดับสู่ความเป็น Smart Group การยกระดับขีดความสามารถวิสาหกิจชุมชนในการแข่งขันเชิงการค้าเชื่อมโยงสู่พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความเป็น Smart Product รวมทั้ง การการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่นเพื่อเป็นการค้นหาวิสาหกิจชุมชนที่สามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาและกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในลักษณะบูรณาการในพื้นที่มากยิ่งขึ้น
วิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร เป็นหนึ่งในจานวนหลายๆวิสากิจชุมชนที่มีการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเริ่มต้น ตั้งแต่ปี 2558 เริ่มแนวคิดจากการที่ประธานกลุ่ม นางวันวิภา แสนบุญมา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูบาบุญชุ่ม ได้แนวคิดจากท่านครูบาบุญชุ่ม ซึ่งท่านเล็งเห็นว่ามะระขี้นกเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่พบเห็นกันประจานั้น มีสรรพคุณทางยาในการป้องกัน รักษาโรคได้หลายอย่าง ที่สาคัญเมื่อทานแล้วจะรู้สึกนอนหลับสบาย ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังสามารถหาได้ง่ายในแต่ละครัวเรือน จึงได้แนะนาประธานกลุ่มให้ลองหารับประทาน และเมื่อได้ลองทาน ทาให้เห็นผลได้อย่างชัดเจน ในเรื่องสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น จึงทาให้สนใจศึกษาเรื่องมะระขี้นก อย่างจริงจังและมีแรงบันดาลใจที่อยากจะผลิตสมุนไพรมะระขี้นกเพื่อรับประทานเองและให้สมาชิกในครอบครัวทานด้วย จึงมีการเริ่มผลิตเพื่อทานเองและสมาชิกในครอบครัวและเห็นผลว่าทุกคนมีสุขภาพดีขึ้น ทาให้มีแนวคิดที่อยากจะต่อยอดในการผลิตที่มากขึ้นและจะต้องใช้วัตถุดิบคือมะระขี้นกเพื่อการผลิตในปริมาณที่มากขึ้นตามไปด้วย จึงมีการรวมกลุ่มเล็กๆ ขึ้น โดยมีการรับซื้อจากคนในชุมชนที่มีการปลูกมะระขี้นก และมีจานวนเกษตรกรที่ปลูกเพิ่มมากขึ้น ทาให้มีกาลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากหมู่บ้านเวียงแก้ว เป็นหมู่บ้านที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทานา ทาสวน ทาไร่ และปลูกพืชตามฤดูกาล จึงทาให้มีรายได้ทางเดียวและเมื่อหมดช่วงฤดูทาการเกษตรทาให้รายได้ลดลงตามไปด้วย และเพื่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นของประชากรในชุมชนระหว่างรอฤดูกาลเพาะปลูก การปลูกมะระขี้นก สามารถสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้เพราะจะมีการรับซื้อจากกลุ่มอย่างสม่าเสมอ โดยเริ่มแรกนั้นมีการผลิตมะระขี้นกในรูปแบบอย่างง่าย คือ การนา ลาต้น ราก โคน มาตากแดด และตัด จากนั้นนาไปอบฆ่าเชื้อ และ
จาหน่ายในรูปแบบบรรจุถุงอย่างง่าย ต่อมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องมะระขี้นก เพื่อพัฒนารูปแบบการจาหน่ายในแบบต่างๆ
ปี 2560-2561 สมาชิกในกลุ่มได้พัฒนาเกี่ยวกับมะระขี้นกทั้งแบบชา แคปซูล และสกัดเป็นน้ามันชามะระขี้นก นอกจากนี้ยังเล็งเห็นความสาคัญของพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าทะลายโจร เก๊กฮวย ใบเตย อัญชัน ขมิ้นชัน กระชายดา มีการศึกษาข้อมูล ไปอบรมเพิ่มเติมความรู้เพื่อพัฒนาภายในกลุ่ม รวมถึงศึกษาความต้องการของตลาดภายในและต่างประเทศ และยังเป็นการสร้างอาชีพให้คนในชุมชน การส่งเสริมความรู้พืชสมุนไพร ภูมิปัญญาต่างๆ จากบรรพบุรุษในท้องถิ่น ให้เป็นที่ยอมรับจากบุคคลทั่วไป นั้นต้องทาอย่างไร จึงจะประสบผลสาเร็จ
ปี 2562 กลุ่มได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อกาหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับกลุ่มเพื่อให้สมาชิกทุกคนยอมรับและปฏิบัติตามเป็นการสร้างระเบียบ สร้างวินัย รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองจึงมอบหมายให้นางวิภา แสนบุญมา และนายประกอบ ศรีขัติ เป็นสมาชิกผู้มีอานาจทาการแทนกลุ่มขอยื่นจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร และได้รับการอนุมัติวันที่ 27 มิถุนายน 2562 รหัสทะเบียน 6-57-08-04/1-0063 เริ่มแรกมีสมาชิก 7 คนเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่ม ทั้งการการผลิต การตลาด รวมถึงการขอสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ การส่งเสริมความรู้ด้านพืชสมุนไพรให้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปที่สนใจ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน และเพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชนจากการรับซื้อวัตถุดิบทั้งจากสมาชิกและคนในชุมชน
ณ ปัจจุบัน ทางวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 52 คน ทางกลุ่มได้มีการพัฒนาร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย วิจัยสกัดสารสารจากพืชสมุนไพรใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ร่วมกับสานักนวัตกรรมพืชสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อกาหนดมาตรฐานการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการค้า ได้ดาเนินการจัดทาแปลงสาธิตปลูกพืชสมุนไพรขึ้น ณ ไร่ภูเวียงแก้ว เพื่อศึกษาขั้นตอนวิธีการปลูกตามความต้องการของตลาด การส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชสมุนไพรแต่ละชนิด (มะระขี้นก ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน อัญชัน ใบเตย เก๊กฮวย กระชายดา) ให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดกาหนด แปรรูปสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ ให้ได้มาตรฐานเพื่อจาหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป หน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน กลุ่มองค์กรต่างๆ และปัจจุบันได้ดาเนินการสร้างโรงเรือนเพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบพืชสมุนไพรที่รับซื้อจากสมาชิก และภายในโรงเรือนมีห้องแล็ปเพื่อใช้ในการสกัดสารจากพืชสมุนไพรเพื่อใช้ในการป้องกัน ดูแล รักษา ผู้ป่วย รวมถึงสร้างมาตรฐานสินค้าภายใต้ผลิตภัณฑ์ของชุมชน จัดหาตู้อบวัตถุดิบจากสมุนไพรต่างๆ เพื่อเก็บรักษาสาหรับแปรรูป สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กร หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการกระจายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้มีความมั่นคงต่อเนื่องเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศต่อไป
วิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพรเป็นวิสาหกิจอีกแห่งหนึ่ง มีจุดเริ่มต้นจากการที่ชุมชนตระหนักถึงเรื่องสุขภาพของตนเองและคนในชุมชนมากขึ้น เนื่องจากสภาวะสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่เสื่อมโทรมลง ทั้งมลพิษทางด้านอากาศ ดิน และน้า ส่งผลกระทบให้คนสุขภาพแย่ลงต้องพึ่งพายาปฏิชีวนะ จึงมีแนวคิดที่จะนาสมุนไพรพื้นบ้านที่มีในท้องถิ่น และอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมด้วย จึงมีการรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตพืชสมุนไพร ตั้งแต่ ปี 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเริ่มแรกจะมีแต่สมุนไพรชนิดเดียวได้แก่ มะระขี้นก และเริ่มพัฒนาไปสู่สมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่มี
ภายในชุมชนและมีสรรพคุณทางยาในการช่วยรักษาสุขภาพ รักษาโรค นอกจากนี้ยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้คนในชุมชน นอกเหนือจากฤดูการทานา ทาไร่ ให้มีรายได้เสริมจากการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ปี 2562 การจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร จึงมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตในด้านสุขภาพ รายได้ ความมั่นทางเศรษฐกิจ และการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนเป็นหลัก โดยกาหนดแนวทางการขับเคลื่อนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้วยการมุ่งเน้นการผลิตสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาหลายชนิด มีการเรียนรู้พัฒนาอบรมเพิ่มเติมความรู้ การบริหารจัดการภายในกลุ่ม การตลาด และการเตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขันเชิงธุรกิจ มุ่งหวังขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสมุนไพร ให้กับคนในชุมชน และนอกชุมชน รวมถึงบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทางด้านสมุนไพรให้คงอยู่ และให้ทุกคนในชุมชนอยู่ดีมีสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
วิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร สมาชิกมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการเรียนรู้ในการรู้จักตนเอง เพื่อทราบศักยภาพและขีดจากัดของตนเองและของชุมชน นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้เพิ่มเติมจากสถาบันการศึกษา เช่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย วิจัยสกัดสารสารจากพืชสมุนไพรใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ร่วมกับสานักนวัตกรรมพืชสมุนไพรครบวงจร มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อกาหนดมาตรฐานการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการค้า ได้ดาเนินการจัดทาแปลงสาธิตปลูกพืชสมุนไพรขึ้น ณ ไร่ภูเวียงแก้ว เพื่อศึกษาขั้นตอนวิธีการปลูกตามความต้องการของตลาด การส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชสมุนไพรแต่ละชนิด (มะระขี้นก ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน อัญชัน ใบเตย เก๊กฮวย กระชายดา) ให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดกาหนด แปรรูปสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ ให้ได้มาตรฐานเพื่อจาหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป หน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน กลุ่มองค์กรต่างๆ และปัจจุบันได้ดาเนินการสร้างโรงเรือนเพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบพืชสมุนไพรที่รับซื้อจากสมาชิก และภายในโรงเรือนมีห้องแล็ปเพื่อใช้ในการสกัดสารจากพืชสมุนไพรเพื่อใช้ในการป้องกัน ดูแล รักษา ผู้ป่วย รวมถึงสร้างมาตรฐานสินค้าภายใต้ผลิตภัณฑ์ของชุมชน
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร ไร่ภูเวียงแก้ว ได้วางแผนจะจัดทาโรงงานผลิตน้าดื่มให้กับคณะบุคลากรและประชาชนทั่วไปด้วยระบบกรองน้าดื่มแบบ Reverse Osmosis (RO) เพื่อทาให้การทางานของระบบผลิตน้าดื่มดียิ่งขึ้น กรองสิ่งสกปรกได้ 99.99 เปอเซ็น อายุการใช้งานมีความยาวนาน มีความสะอาด ดังนั้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาพืชสมุนไพร ไร่ภูเวียงแก้ว จึงได้เล็งเห็นความสาคัญในจัดตั้งโรงงานผลิตน้าดื่มแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์จากระบบ RO (Reverse Osmosis) ขึ้น โดยใช้การกรองผ่านเนื้อเยื่อ Membrane ด้วยความละเอียดการกรองสูงถึง 0.0001 ไมครอน มีความสะอาดสูง ขจัดสิ่งสกปรกที่ปนมากับน้าและแบคทีเรีย ได้เป็นอย่างดี เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพน้าดื่มในชุมชนให้เป็นน้าแร่บริสุทธิ์ ธรรมชาติ มีความสะอาด และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
