เมื่อเวลาหัวค่ำที่ผ่านมาตำรวจบ้านบึงได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเด็กทารกอยู่ในห้องน้ำหลังจากรับแจ้ง ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลบ้านบึงและอาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคมเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุเกิดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง(ทางห้างฯไม่ประสงค์ให้กล่าวถึงชื่อสถานที่เกิดเหตุโดยทารกได้ถูกนำตัวมาที่ห้องพยาบาลของทางห้างมีทีมแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลบ้านบึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเด็กทารกเพศหญิง แข็งแรงดี คาดว่าอายุ ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เนื่องจากสายสะดือถูกตัดใหม่ๆ พยาบาลช่วยกันทำความสะอาด จากนั้นใช้ผ้าขนหนูห่อหุ้มร่างกายและรีบนำตัวไปดูแลต่อที่โรงพยาบาลบ้านบึง
จากการสอบถามนางสาวสโรชา ซึ่งเป็นพลเมืองดีเล่าว่าตนเองได้เข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวในช่วงเวลาประมาณ 17.50 น. โดยเข้าห้องน้ำห้องหมายเลข 2 จากท้ายสุดระหว่างที่ทำธุระส่วนตัวอยู่นั้นได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่ไม่ทราบว่ามาจากห้องน้ำห้องไหน ตนเองคิดว่าน่าจะมีคุณแม่พาเด็กเข้าห้องน้ำและทำการเปลี่ยนแพมเพิส กระทั่งออกมาจากห้องน้ำก็ยังได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ต่อเนื่องแต่เบามาก พอดีมีพนักงานขาย อีกคนที่มาเข้าห้องเช่นกัน ได้ถามตนว่าได้ยินเสียงเด็กร้องหรือไม่ ตนเองก็บอกว่า ได้ยิน จึงเดินสำรวจห้องน้ำทั้งหมดพบว่ามีห้องหมายเลข 1 ที่ประตูยังปิดไม่สามารถเปิดออกมาได้ จึงตัดสินใจให้พี่ พนักงานขายหนังสืออุ้มตนปีนขึ้นไปชะโงกดู ห้องหมายเลข 1 ที่ประตูล็อกอยู่ปรากฏว่าพบถังขยะวางบนฝาชักโครก และเป็นเพียงห้องน้ำชำรุดปิดไม่ให้ใช้งาน จากนั้นจึงพากันเดินมาดูห้องน้ำหมายเลข 3 ที่ไม่ได้ล๊อก พบถังขยะถูกปิดฝาเอาไว้ แต่พอเปิดฝาถังขยะ ก็พบทารกอยู่ในถังขยะ
ส่วนนางสาวสโรชาเล่าว่าตนเองมาเข้าห้องน้ำเวลาประมาณซัก 18:00 น. ครั้งแรกได้ยินเสียงเด็กร้องแต่เบามากคิดว่ามีคนมาทำธุระส่วนตัวแล้วเปิดดูคลิปวิดีโอเป็นเสียงเด็กร้อง กระทั่งออกมาพบกับน้องอีกคนจึงตัดสินใจถามว่าได้ยินเด็กร้องหนือไม่ กระทั่งตรวจสอบก็พบเด็กถูกทิ้งในถังขยะโดยมีฝาถังขยะปิดเอาไว้ภายในปากเด็กมีกระดาษทิชชูม้วนกลม ใส่ในปากของทารกเอาไว้และมีผ้าสีชมพูห่อทารกอีกชั้นหนึ่ง เหลือเพียงแต่ใบหน้าจึงรีบตัดสินใจอุ้มเด็กขึ้นมาจากนั้นจึงแจ้งแม่บ้านและแจ้งในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของทางห้างย้อนหลัง พบมีบุคคลต้องสงสัยอยู่ระหว่างเช็คกล้องวงจรปิดจากบริเวณอื่นๆ และหาเบาะแสเพิ่มเติม คาดว่าจะรู้ตัวคนนำเด็กทารกมาทิ้งเร็วๆนี้
ศุภณัฐ์ สาชะนะ ทีมข่าวชลบุรี