สปสช.เปิดหน่วยเก็บตัวอย่าง DNA ที่ รพ.บุรีรัมย์ แห่งที่ 4 ของอีสานช่วยเหลือผู้ไร้สถานะทางทะเบียนยาย 73 หวังมีบัตร ปชช ก่อนตาย สปสช. เปิดหน่วยเก็บตัวอย่าง DNA ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แห่งที่ 4 ของภาคอีสาน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคล ใช้สิทธิ์และสวัสดิการของรัฐได้ครบถ้วน ยาย 73 เคยมีบัตรเหลืองตอนอายุ 17 ต้องเร่ร่อนไปทำงานรับจ้างซ้ำเอกสารไฟไหม้ไม่เคยได้บัตรจริง เดินเรื่องพิสูจน์มาหลายสิบปี หวังได้บัตรและสิทธิ์ต่างๆ ก่อนตาย



(8 ก.ค.69) นายศรีธรรม  ราชแก้ว  รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  เป็นประธานเปิดหน่วยเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม(DNA) โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เป็นแห่งที่ 4 ของภาคอีสาน  และการขับเคลื่อนการเพิ่มการเข้าถึงบริการกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา ร่วมกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นายทะเบียนอำเภอทุกอำเภอ ตลอดจนทุกหน่วยงานและภาคีเครือข่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคล ได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพ รวมถึงสิทธิ์สวัสดิการอื่นของรัฐได้อย่างทั่วถึง ครบถ้วน

นายศรีธรรม  ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การดำเนินงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคสาธารณสุข ภาคการปกครอง และภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  สถานะบุคคลและการมีเลขประจำตัวประชาชนที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของสถานะทางทะเบียนเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐพึงจัดให้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิด้านสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิการของรัฐ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม

ประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และใกล้เคียงสามารถเข้ารับบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการพิสูจน์สถานะ และส่งผลให้ประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังช่วยให้หน่วยบริการสามารถดำเนินการเบิกค่าบริการสาธารณสุขได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและระบบบริการสุขภาพของประเทศ

ด้านนางม้วย   มั่นแป้น   อายุ 73 ปี  หนึ่งในผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียน บอกว่า   เคยถ่ายบัตรครั้งแรกตอนอายุ 17 ปีแต่ตอนนั้นเป็นแค่บัตรเหลือง  จากนั้นก็ต้องเร่ร่อนไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงชีพ  ซ้ำเอกสารถูกไฟไหม้ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันสถานะได้   ต้องกลายเป็นคนไร้สถานะ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาล และสวัสดิการต่างๆ ของรัฐได้  ที่ผ่านมาเคยเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคลแต่ผ่านไปหลายสิบปี   ก็ยังไม่ผ่าน   ครั้งนี้ก็คาดหวังว่าจะได้สถานะบุคคลถูกต้องและได้รับสิทธิ์เหมือนคนไทยทั่วไป  ในช่วงสุดท้ายของชีวิต






     สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า