ผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ภายหลังที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแถลงข่าว กรณีที่มีการตรวจพบการทุจริตสอบเข้ารับราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น และได้มีข้อสั่งการมาให้ทุกจังหวัด กำหนดมาตรการที่จะดำเนินการจัดการในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ก็ได้มีการประชุมรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั้ง 34 สถานี เพื่อกำหนดมาตรการ และการดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา โดยได้มีแนวทางดังนี้ คือ ให้นายอำเภอ และผู้กำกับการตำรวจทุกอำเภอ ร่วมกันสแกนพื้นที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบหรือไม่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการทั้งวินัยและอาญาโดยไม่ละเว้น
ำหรับกลุ่มที่สองที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไปแอบอ้างหรือหลอกลวงว่าจะช่วยเหลือผู้เข้าสอบให้สอบได้ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์ กลุ่มนี้หากตรวจพบก็จะให้นายอำเภอและ ผกก.ดำเนินคดีอาญา และกลุ่มที่สามคือผู้เสียหาย คือประชาชนที่ถูกหลอกลวงสูญเงินทองไป ก็สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ทุกแห่ง ซึ่งทางการจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเป็นความลับ และจะให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่
จากข้อมูลของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุกแห่ง ขณะนี้ยังได้รับรายงานว่ามีผู้มาร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ในส่วนของตำรวจก็ไม่ยังมีมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนที่มีทนายคนหนึ่งออกมาให้ข้อมูลว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากนั้นยังไม่พบ แต่ที่มีบุคคลไปแจ้งความร้องทุกข์บางโรงพักนั้น ไม่ใช่การสอบบรรจุในส่วนของมหาดไทยแต่เป็นการหลอกลวงสอบบรรจุของกระทรวงอื่น ตั้งแต่ปี 2564 – 2565 โดยมีการแอบอ้างเป็นนายหน้าไปเรียกรับเงิน มีผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากผู้ที่ถูกหลอกเรียกรับผลประโยชน์รายใด มาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหรือจังหวัด จะถือว่าเป็นผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปกปิดข้อมูล และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการต่อไปทั้งนี้ผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ ยังได้เน้นย้ำว่าหากมีการตรวจพบหรือข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐคนใด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตสอบ ก็จะลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการละเว้นเช่นกัน
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์




