สว.สุทนต์ ชี้คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี 2570 วุฒิสภา เดินหน้ากลั่นกรองงบแผ่นดินบนหลัก “คุ้มค่า โปร่งใส และมีวินัยการคลัง”

นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี มิใช่เพียงการตรวจสอบตัวเลขในเอกสารงบประมาณ แต่เป็นกระบวนการสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศผ่านการจัดสรรทรัพยากรของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ภายใต้บริบทที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และรักษาเสถียรภาพทางการคลังควบคู่กันไป


เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ซึ่งมีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เป็นประธาน ได้ประชุมครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 อาคารรัฐสภา เพื่อรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ และพิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายงบกลาง อันเป็นส่วนสำคัญของการจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา


วิเคราะห์เศรษฐกิจ ก่อนวิเคราะห์งบประมาณ การประชุมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการรับฟังข้อมูลจาก 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ซึ่งได้ร่วมกันสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทย แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2570

กรรมาธิการได้ซักถามอย่างเข้มข้นในประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ของรัฐภายใต้ข้อจำกัดด้านฐานะการคลัง การปฏิรูประบบรายได้ของประเทศ การสร้างฐานภาษีใหม่ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ “ปัญหาหนี้ครัวเรือน” ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของประชาชน รวมถึงมาตรการรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาพลังงาน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศในอนาคต


การซักถามดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการพิจารณางบประมาณของวุฒิสภาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบตัวเลข แต่ครอบคลุมถึงการประเมินสมมติฐานทางเศรษฐกิจที่ใช้รองรับการจัดทำงบประมาณทั้งระบบ

งบกลาง…เครื่องมือสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายงบกลางจำนวน 12 รายการ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

งบกลางถือเป็นงบประมาณที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปใช้รองรับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ความจำเป็น หลักเกณฑ์การใช้จ่าย และระบบการติดตามประเมินผล

กรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตต่อรายการสำคัญ อาทิ งบเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม งบรองรับผลกระทบจากราคาพลังงาน เงินชดเชยค่างานก่อสร้าง และเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำว่าทุกรายการควรกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์


โครงการพระราชดำริ…งบประมาณที่ต้องวัดผลลัพธ์ สำหรับงบประมาณของสำนักงาน กปร. กรรมาธิการให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยรับฟังข้อมูลทั้งด้านการดำเนินงานและการติดตามประเมินผล เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดสำคัญคือ การพิจารณางบประมาณไม่ควรดูเพียงวงเงินที่ได้รับจัดสรร แต่ต้องประเมินผลลัพธ์และความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ


สวัสดิการภาครัฐกับวินัยการคลังต้องเดินไปด้วยกันอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด คือ งบประมาณในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เงินรักษาพยาบาลของข้าราชการ เงินช่วยเหลือ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินเลื่อนเงินเดือน เงินสมทบ และสิทธิประโยชน์ของบุคลากรภาครัฐ

กรรมาธิการได้เน้นย้ำว่าการดูแลสวัสดิการของบุคลากรภาครัฐเป็นภารกิจสำคัญของรัฐ แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องบริหารจัดการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง และป้องกันการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษาความยั่งยืนของฐานะการคลังในระยะยาว

บทบาทของวุฒิสภา…มากกว่าการรับทราบงบประมาณ แม้ว่าวุฒิสภาจะไม่มีอำนาจแก้ไขร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่บทบาทของคณะกรรมาธิการวิสามัญมีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษารายละเอียด รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย วิเคราะห์ความเหมาะสมของกรอบงบประมาณ และจัดทำข้อสังเกตเสนอประกอบการพิจารณาของวุฒิสภา

ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนมุมมองเชิงนโยบาย หากยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้รัฐบาลดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล


ท้ายที่สุด งบประมาณแผ่นดินมิใช่เพียงตัวเลขในบัญชีรายจ่าย หากแต่เป็นทรัพยากรของประชาชนทั้งประเทศ ทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายจึงต้องตั้งอยู่บนหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และวินัยการคลัง เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

Cr.ภาพ/ข่าว: วุฒิสภา

ทีมข่าวNEWS24:รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า