สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ เห็นพระสงฆ์รูปดังกล่าว เดินในป่าท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และขอตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นก็พบซากตะกวดกำลังตั้งท้อง ในลักษณะถูกเผา 1 ซาก และอุปกรณ์ในการล่าสัตว์ จึงได้นำตัวมาสอบถาม และทำบันทึกจับกุม ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาพระยา ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง
จากการสอบสวนเจ้าคณะตำบลที่ถูกจับกุม เบื้องต้นยังให้การภาคเสธ อ้างแค่ว่ามาธุดงค์ในป่าและเดินหาเห็ด แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะจำนนท์ต่อหลักฐานที่ตรวจพบ ทั้งซากตะกวดตั้งท้องที่มีร่องรอยถูกเผา มีดปลายแหลม เชือก และรองเท้าบูท ซึ่งตะกวด หรือแลน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 36 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา กระทำผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (3) ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ มาตรา19 (6) ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา19(7) ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานฯโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 47 ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 จังหวัดสระแก้วและจังหวัดบุรีรัมย์ ตามประกาศอุทยานแห่งชาติตาพระยา
ขณะที่เจ้าคณะตำบลได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งได้ขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยมีข้าราชการในพื้นที่ใช้ตำแหน่งในการยื่นประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการ
ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง ก็จะได้สอบปากคำทั้งพระที่ถูกจับกุม บุคคลที่เกี่ยวข้อง พยานแวดล้อม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่จับกุม และลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทราบว่า เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่จะบวชเป็นพระ ก็เคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีฐานลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้ และล่าสุดขณะดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ก็มาถูกจับฐานครอบครองสัตว์ป่าอีก
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์







