นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามเยาวชนไทยอย่างรุนแรง มีสารพิษที่ทำลายทั้งสมอง หัวใจ และก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบเฉียบพลันหรือโรค EVALI ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ เหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือรุนแรงถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลวจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
“แม้ข้อมูลปัจจุบันจะพบว่ามีคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเกือบ 1 ล้านคน แต่ตัวเลขการรายงานผู้ป่วยโรค EVALI ยังคงต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากกระบวนการวินิจฉัยและการรายงานโรคในอดีตยังไม่ชัดเจนและมีความซับซ้อน การจัดทำแนวทางปฏิบัติฉบับนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้แพทย์ทั่วประเทศมีมาตรฐานเดียวกันในการคัดกรอง วินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วย” นายพัฒนา กล่าว สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ประกาศในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำกับดูแล สถานพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ ต้องนำแนวทางนี้ไปใช้ในการคัดกรองและวินิจฉัยผู้ป่วย พร้อมทั้งมีระบบรายงาน เร่งนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แม่นยำ เพื่อยกระดับการรักษา ลดโอกาสการเสียชีวิตและเพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงมุ่งเน้นนโยบายส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดผลกระทบจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิ แพทยสภา, สสส., เครือข่ายวิชาชีพแพทย์, คณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนประยงค์ วิลัย ภาพข่าว











