วันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จังหวัดสระแก้ว จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษา จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 –2580) เพื่อยกระดับ การบริหาร จัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหา และศักยภาพ ของพื้นที่ รองรับการเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการเปลี่ยนแปลง ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตการประชุมครั้งนี้ โดยมี นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาชน สถาบันการศึกษา คณะกรรมการลุ่มน้ำ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเดินหน้าตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 (1) ที่กำหนดให้คณะกรรมการลุ่มน้ำมีหน้าที่ จัดทำแผนแม่บทด้านการใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บำรุงรักษา ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ แห่งชาติให้ความเห็นชอบแม้ประเทศไทย จะมีแผนแม่บทครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว แต่จากสถานการณ์น้ำ ที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ทั้งผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การขยายตัว ของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ทำให้จำเป็นต้อง ปรับปรุงแผนให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคตมากขึ้นลุ่มน้ำบางปะกง พื้นที่ยุทธศาสตร์ สำคัญภาคตะวันออกลุ่มน้ำบางปะกง เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำ สำคัญของประเทศ มีพื้นที่กว่า 20,303 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 11 จังหวัด เชื่อมโยงพื้นที่เกษตรกรรม เมืองอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจ และชุมชนขนาดใหญ่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ยังเผชิญปัญหา หลายด้าน เช่นขาดแคลนน้ำต้นทุนและแหล่งเก็บกักน้ำ ในฤดูฝนภัยแล้ง ในหลายพื้นที่อุทกภัย ช่วงฤดูน้ำหลากน้ำเค็ม รุกล้ำจากอ่าวไทยผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการผลิตน้ำประปาความต้องการใช้น้ำ ที่เพิ่มขึ้นจากภาคเศรษฐกิจและเมืองขยายตัวใช้ข้อมูล ภูมิอากาศวิเคราะห์ ภัยแล้งรอบด้านด้าน นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมภายหลังการประชุมว่า การจัดทำแผนครั้งนี้ จะใช้ข้อมูลรอบด้านมาวิเคราะห์ ทั้งสถิติที่ผ่านมา ผังเมืองการใช้ประโยชน์ ที่ดิน สภาพภูมิอากาศเชิงนิเวศ และแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผน บริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างเหมาะสม“ภัยแล้งมีผลอย่างยิ่งต่อการวางแผนครั้งนี้ เราจะนำข้อมูลทุกมิติมาประกอบการวิเคราะห์ รวมถึงปัญหา น้ำเค็มรุกล้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ มีประสิทธิภาพมากที่สุด” รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วกล่าวมั่นใจปีนี้รับมือภัยแล้งได้เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วระบุว่า ประชาชนสามารถมั่นใจได้ เพราะทุกภาคส่วน มีการบูรณาการ ทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยา การประเมิน สภาพอากาศ และการเตรียมแผนรองรับล่วงหน้า โดยหน่วยงานท้องถิ่น และส่วนราชการ ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งวางกรอบแผน 3 ระยะ ถึงปี 2580ผลการศึกษา จะนำไปสู่การกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์ และแผนงาน ด้านทรัพยากรน้ำอย่างชัดเจน แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566–2570) แก้ปัญหาเร่งด่วน พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการน้ำระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571–2575) ขยายผลโครงการสำคัญ เพิ่มความมั่นคง ด้านน้ำ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ และเมืองระยะที่ 3 (พ.ศ. 2576–2580) มุ่งสู่ระบบบริหารจัดการน้ำ ที่ยั่งยืน ทันสมัย และรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพเปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชนการประชุมครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง เสนอปัญหา ข้อคิดเห็น และความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปปรับปรุงแผนให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดการจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำบางปะกงครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าว สำคัญของการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อวางรากฐาน การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยง จากภัยแล้ง น้ำท่วม และวิกฤตน้ำ ในอนาคต พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกต่อไป
///ภาพข่าว///ธณวรรณ แฉล้มชาติ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดสระแก้ว////สุพจน์บดินทร์ กุ่มประสิทธิ์ บก.ข่าวออนไลน์ โทร 0953071918














