ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้นำเงินเก็บที่เพิ่งกลับจากทำงานไต้หวัน เมื่อกลางเดือน ก.พ.69 ไปเป็นค่าใช้จ่ายทั้งค่าตรวจสุขภาพ 4,500 บาท ค่าทำพาสปอร์ต 1,500 บาท ตรวจสอบประวัติคดีอาชญากรรม 2,000 บาท และจ่ายค่ามัดจำทำวีซ่าอีก 20,000 บาท รวมแล้วเกือบ 30,000 บาท ซึ่งหากทำวีซ่าผ่าน และได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานอิสราเอลตามที่ยื่นสมัครเอาไว้ ก็จะต้องหาเงินไปจ่ายเพิ่มอีกกว่า 195,000 บาท เพื่อเป็นค่าเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด รวมเบ็ดเสร็จหากได้เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 210,000 บาท
แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงแต่หากได้ไปทำงานเป็นช่างก่อสร้างที่อิสราเอล ก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพราะมีค่าแรงสูงถึงเฉลี่ยเดือนละ 80,000 – 100,000 บาท ต่างจากการทำงานก่อสร้างในไทยเต็มที่ก็ไม่เกินเดือนละ 20,000 – 30,000 บาทเท่านั้น
นายสุรชัย บอกว่า หากรัฐอนุญาตให้เดินทางไปทำงานอิสราเอลได้ ก็พร้อมจะเดินทางทุกเมื่อ เพราะนอกจากค่าแรงจะสูงแล้ว ปัจจุบันตนเองก็อายุ 44 ปีแล้ว การจะหางานทำในไทยก็เป็นอีกข้อกำจัดเช่นกัน ส่วนค่าใช้จ่ายที่จะเดินทางไปทำงานอิสราเอล ก็วางแผนว่าจะกู้เงินบางส่วน และใช้เงินเก็บที่มีอยู่บางส่วน ก็หวังว่าสงครามจะสงบและจะได้เดินทางเร็วๆ นี้
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์


