นายสาธิต พันธุมาศ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ กล่าวว่า หน้าผาดังกล่าวเดิมชื่อ ผาฉลุย เพาะมองทิวทัศน์ ทัศนียภาพได้อย่างฉลุย ต่อมาทางชุมชนและชาวบ้าน ได้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ว่า “ผามรกต” ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา เนื้อที่ประมาณกว่า 237,500 ไร่ อยู่ในพื้นที่ ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ ต่อเขต ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ ซึ่งเรากำลังร่วมกันกับชุมชนผลักดันพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้ในเรื่องสัตว์ป่า รวมทั้งทิวทัศน์ ระบบนิเวศน์ที่สวยงาม และเป็นจุชมพระอาทิตย์ขึ้น ผ่านยอดเขาพระวิหาร และภูมะเขือ รวมถึงชมทะเลหมอก ซึ่งมีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งไม่แพ้ที่ใดในเขตอีสานใต้
ซึ่งทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ก็ได้มีนโยบายเพื่อที่จะเปิดพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ชุมชน ให้พื้นที่ชุมชนได้มีรายได้ และมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ตรงจุดนี้จึงเหมาะมากที่จะทำการเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในการได้เข้ามาศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศน์ได้เป็นอย่างดี ผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ไม่ติดชายแดนมากนัก และความปลอดภัยมีความเหมาะสม ส่วนเส้นทางท่องเที่ยวก็จะเชื่อมโยงกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ ทั้งสัตว์กีบ สัตว์ปีก รวมถึงเสือดาว และเสือโคร่ง เป็นต้น
โดยจะเปิดทดลองการท่องเที่ยวเริ่ม ในวันที่ 13-15 ก.พ. 2569 นี้ และเฉพาะทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เบื้องต้นเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปหรือหมู่คณะ กรุ๊ป/คณะละ 8 คน ค่าบริการกรุ๊ป/คณะละ 1,200 บาท หรือคนละ 150 บาท ก็จะมีแบ่งออกเป็นค่าเข้าชมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯตามระเบียบราชการ ค่าบริการรถรับส่งของชาวบ้านไปยังหน้าผา ค่าบริการอาหารว่างช่วงเช้ามืด ประกอบด้วย ชา กาแฟ ข้าวจี่ มันปิ้ง กล้วยปิ้ง เป็นต้นโดยตารางกิจกรรม ประกอบด้วย เวลา 14.00 น. นักท่องเที่ยวเดินทางถึงสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาชมสัตว์ที่สถานีฯได้ทำการเพาะเลี้ยง รวมถึงเสือดาว และเสือโคร่ง จากนั้นเข้าจุดที่พักกางเต้นท์ หรือบ้านพัก ต่อมาเวลา 05.00 น. ของวันถัดมา เดินทางไปยังหน้าผามรกต โดยรถยนต์ของชาวบ้าน เนื่องจากเป็นเส้นทางภูเขา ระยะทางประมาณ 7-8 กม. เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ผ่านยอดเขาพระวิหาร และภูมะเขือ พร้อมจิบกาแฟเบาๆ นั่งชิวรอบกองไฟท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็จะมีทะเลหมอกให้ได้ชมอีกด้วย
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองทริปท่องเที่ยวได้ทางเพจเฟซบุ๊ค สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ หรือโทร 08-6879-7788 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน





