บุรีรัมย์เปิดวันแรก รร.ชายแดนตื่นตัวซ้อมเข้าหลุมหลบภัยพร้อมรับเหตุฉุกเฉินเผยบางแห่งบังเกอร์ยังไม่เพียงพอ โรงเรียนชายแดนที่บุรีรัมย์ เปิดวันแรกหลังหยุดยาวจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชาเกือบ 1 เดือน หลายโรงเรียนตื่นตัวซักซ้อมเข้าหลุมหลบภัยตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้จะลงนามหยุดยิงแต่ยังไม่ไว้ใจเขมร บาง รร.หลุมหลบภัยไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ต้องเร่งหางบสร้างเพิ่มความปลอดภัยของ ครูและ นร.

 (5 ม.ค.69)  บรรยากาศโรงเรียนตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอละหานทราย   จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนเป็นวันแรก  หลังหยุดยาวเกือบ 1 เดือน จากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา   พบว่ามีนักเรียนเดินทางไปเรียนตามปกติเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว    และจากการสำรวจพบว่าโรงเรียนหลายแห่งได้มีการตื่นตัว  ให้นักเรียนซักซ้อมวิ่งเข้าหลุมหลบภัย   เพื่อเป็นการทบทวนตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง  หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจะได้เข้าหลบได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย   แม้จะมีการลงนามหยุดยิงตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา  และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยิงปะทะกัน   แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจกัมพูชาว่าจะทำตามข้อตกลงหรือไม่    จึงจำเป็นต้องการซักซ้อมและเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา
นางสาวภูษิตา   นระดี   ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกเฟือง  อำเภอละหานทราย  ระบุว่า   ตั้งแต่เกิดการยิงปะทะกันวันที่ 7 ธ.ค.68  และมีคำสั่งให้อพยพออกจากพื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์  ก็ต้องปิดเรียนการสอนเกือบ 1 เดือน   วันนี้เปิดเรียนวันแรกก็มีนักเรียนมาเรียนกว่าร้อยละ 95  บางส่วนผู้ปกครองอาจจะยังรอดูสถานการณ์ให้เกิดความมั่นใจก่อน   ในส่วนของทางโรงเรียนก็ต้องมีการซักซ้อมการวิ่งเข้าหลุมหลบภัย   เพื่อให้นักเรียนเกิดการตื่นตัวและเตรียมพร้อมตลอดเวลา   หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะได้ไม่ตื่นตระหนกและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องปลอดภัย   ก็เป็นไปตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

ซึ่งโรงเรียนบ้านโคกเฟืองมีทั้งหมด ตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ป 6 รวมจำนวน 56 คน ผู้บริหาร  ครู และบุคลากรอีก 10 คน  ขณะนี้ในโรงเรียนมีหลุมหลบภัยเพียง 1 แห่ง  ซึ่งใช้งบประมาณของทางโรงเรียนและการบริจาคจากผู้ปกครองในการก่อสร้าง   สามารถจุนักเรียนได้ 22-25 คน   ซึ่งทางโรงเรียนก็อยากจะให้มีหลุมหลบภัยในโรงเรียนเพิ่มอีก 1 จุด  ให้สามารถจุได้เพียงพอ  หากเกิดเหตุการณ์สู้รบกันขึ้นอีก     ซึ่งทางโรงเรียนก็จะจัดหางบประมาณ และการสนับสนุนจากภาคเอกชนมาช่วยสนับสนุนด้วย   เพื่อความปลอดภัยของครู และนักเรียน  หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น   

 จากข้อมูลพบว่าในพื้นที่อำเภอละหานทรายมีโรงเรียนทั้งหมด 34 โรง  ทั้งระดับประถมศึกษา  โรงเรียนขยายโอกาส   โรงเรียนมัธยม  และโรงเรียนเอกชน  วันนี้ได้เปิดทำการเรียนการสอนวันแรกครบทั้ง 34 โรงเรียนแล้ว   ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่านักเรียนไปเรียนแล้วกว่าร้อยละ 90 ส่วนที่เหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง  อาจจะรอดูสถานการณ์ให้มั่นใจก่อนจึงจะให้บุตร หลานไปเรียนตามปกติ




   สุรชัย   พิรักษา  / บุรีรัมย์
 

ใหม่กว่า เก่ากว่า