สว. สุทนต์ ชี้! Fake News ไม่ใช่เพียงข่าวปลอม แต่เป็นภัยต่อความเชื่อมั่นของสังคม

นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ข่าวปลอม (Fake News) ไม่ได้หมายถึงข้อมูลที่เป็นเท็จเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงข้อมูลที่ถูกตัดต่อ บิดเบือน หรือเลือกนำเสนอเพียงบางส่วน จนทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ผลกระทบของ Fake News จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสถาบันของรัฐและกระบวนการประชาธิปไตย โดยเฉพาะองค์กรนิติบัญญัติอย่างวุฒิสภา ซึ่งมีบทบาทในการกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน และสะท้อนเสียงของประชาชน

ดังนั้น การรับมือกับข่าวปลอมจึงไม่ใช่การโต้ตอบหรือโต้แย้งผู้เผยแพร่ข่าว หากเป็นการสื่อสารข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ข้อมูลที่ถูกต้องในการพิจารณาและตัดสินใจด้วยตนเอง เปลี่ยนจากการ “แก้ข่าว” สู่การ “สื่อสารเชิงรุก” สาระสำคัญคือ การปรับแนวคิดจากการรอแก้ไขข่าวเมื่อเกิดกระแสด้านลบ ไปสู่การสื่อสารเชิงรุกอย่างเป็นระบบ วุฒิสภามีภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะกรรมาธิการ การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน การศึกษาดูงาน การสัมมนาทางวิชาการ การติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนการพิจารณาร่างกฎหมายที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน


ภารกิจเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลายครั้งกลับไม่ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง ทำให้ประชาชนรับรู้เฉพาะประเด็นที่เป็นกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ จนภาพรวมของการทำงานถูกบดบัง การสื่อสารเชิงรุกจึงไม่ใช่การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพ แต่คือการทำให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน เห็นกระบวนการทำงาน และเข้าใจบทบาทของวุฒิสภาอย่างรอบด้านสื่อสารให้เร็ว แต่ต้องถูกต้องและเข้าใจง่าย ในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายภายในไม่กี่วินาที ความรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า

การชี้แจงข้อเท็จจริงต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และสื่อสารด้วยภาษาที่ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ขณะเดียวกัน รูปแบบการนำเสนอต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้รับสารในยุคดิจิทัล ทั้งข่าวสั้น อินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ หรือสื่อออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อสื่อสารเป็นเสียงเดียวกัน การรับมือกับข่าวสารในปัจจุบันไม่อาจอาศัยการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

เมื่อทุกสำนักสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานงาน และทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน การสื่อสารก็จะมีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นี่คือแนวทางของการบริหารองค์กรสมัยใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลมากกว่าการทำงานแบบแยกส่วนความเชื่อมั่นเกิดจากความโปร่งใส ไม่ใช่การปิดกั้นข้อมูล ผมเชื่อมั่นเสมอว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดจากการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้


การสื่อสารที่ดีไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ หากเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริง เห็นกระบวนการทำงาน และเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ก็จะสามารถประเมินการทำงานของวุฒิสภาด้วยเหตุผล มากกว่าการตัดสินจากข่าวลือหรือข้อมูลที่บิดเบือน ถึงเวลาของ “Digital Parliament”

ในอนาคต ผมเห็นว่าวุฒิสภาควรยกระดับการสื่อสารไปสู่การเป็น Digital Parliament อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และตอบสนองต่อข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ พร้อมพัฒนาระบบสื่อสารที่ทันสมัย เปิดกว้าง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรวดเร็ว จะช่วยลดพื้นที่ของข่าวปลอม เพิ่มพื้นที่ของข้อเท็จจริง และสร้างความไว้วางใจระหว่างวุฒิสภากับประชาชนได้อย่างยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความจริงที่สื่อสารได้อย่างรวดเร็ว มีหลักฐานรองรับ และเข้าถึงประชาชน ย่อมมีพลังเหนือกว่าข่าวลวงที่แพร่กระจายอย่างไร้ความรับผิดชอบ และนี่คือภารกิจสำคัญที่วุฒิสภาต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันนิติบัญญัติ และต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศในระยะยาว

Cr.ภาพ/ข่าว:วุฒิสภา

ทีมข่าวNEWS24:รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า