สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี แสวงหาข้อเท็จจริงและเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์(สะพานมอญ) พร้อมตรวจสอบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.30 น. นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะลงพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่บริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) ในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และเร่งหาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณโดยรอบสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) รวมถึงการจัดระเบียบแพในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมุ่งตรวจสอบกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการกับผู้ก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณอีกด้วยนายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนเรื่องการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ (ซึ่งผู้ร้องเรียนก็ทำผิดเสียเอง และดำเนินการตามระเบียบต่อไปแล้ว) จากการตรวจสอบพบการบุกรุกและการใช้พื้นที่ผิดกฎหมายใน 4 ส่วนหลัก ได้แก่1. พื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 160 เมตร(เขตน้ำท่วมถึง) พบการลักลอบสร้างที่อยู่อาศัยถาวรจำนวนมาก ทั้งจากชาวไทยและชาวต่างด้าว2. พื้นที่เกษตรกรรม (นิคมสหกรณ์) พบการนำที่ดินทำกินไปสร้างรีสอร์ตผิดวัตถุประสงค์ สูงถึงประมาณ 1,000 แห่ง3. พื้นที่ทางน้ำ (กรมอุทยานฯ และกรมเจ้าท่า)การตั้งแพท่องเที่ยวยังไร้ระเบียบ บางส่วนตั้งรุกล้ำออกนอกเขตที่ได้รับอนุญาต4. พื้นที่นิคมสหกรณ์ (กฟผ. ใช้งาน) อยู่ระหว่างการเร่งกำหนดแนวเขตพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาบุกรุกเพิ่ม แต่จากการตรวจสอบพบว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเชิงระบบที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและหลายหน่วยงาน จึงนำมาสู่การบูรณาการเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ทั้งหมด รวมถึงการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมในบางพื้นที่ ทั้งนี้ หากพบผู้บุกรุกรายใหม่ ในเขตทับซ้อน จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ ทันที ส่วน ราษฎรผู้อยู่อาศัยรายเดิม จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งขณะนี้กรมอุทยานฯ กำลังเร่งสำรวจและสอบทานข้อมูล เพื่อเตรียมออกเอกสารสิทธิ์ (อส.12) (หนังสืออนุญาตให้ทำกินและอยู่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติ) ให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไปโดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานสำคัญ อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (เขื่อนวชิราลงกรณ) รวมถึง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานปกครองส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอสังขละบุรี เทศบาลตำบลวังกะ นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ และอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จากนั้นในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมกันหาทางออกและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์





