โดยตั้งแต่ห้วง ธ.ค.2568 เป็นต้นมา บช.ปส. ได้ดำเนินโครงการทั่วประเทศแล้ว 5 ชุมชน 726 ครัวเรือน ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3,500 คน ติดตั้งกล้องวงจรปิด 36 จุด ไฟส่องสว่าง 40 จุด จับผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในชุมชนได้กว่า 60 ราย แม้ผลการดำเนินโครงการในหลายพื้นที่จะประสบผลสำเร็จ แต่ยังคงพบการแพร่ระบาดของ ยาเสพติดในบางชุมชนอย่างต่อเนื่อง บช.ปส. จึงได้ดำเนินงานเชิงรุก ภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” โดยบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการปิดล้อม ตรวจค้นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติดและพื้นที่ แหล่งพักยา ควบคู่กับการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน
เพื่อป้องกันมิให้เครือข่ายยาเสพติดกลับเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่อีก อันเป็นการสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” เป็นการต่อยอดจากโครงการ
“ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยขยายผลการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และประชาชน ไปยังพื้นที่ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด พร้อมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างยั่งยืน เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คือการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้คงอยู่กับประชาชนในระยะยาว ทำให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตนเอง เด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากยาเสพติด และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นี่คือหัวใจสำคัญของโครงการ ‘ชุมชนปลอดภัย’ และเป็นเป้าหมายที่ บช.ปส. จะเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง" ผบช.ปส. กล่าว
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” เพื่อบูรณาการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับชุมชน โดยมุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด และเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนี้ บช.ปส.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในชุมชน อาทิ การติดตั้งไฟส่องสว่าง การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตลอดจนการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดียิ่ง













