เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางณิฎา อายุ 60 ปี เจ้าของสุนัขพันธุ์ไทย หลังสุนัขเพศผู้ชื่อ "เจ้าเฉาก๊วย" อายุ 8 เดือน ถูกคนงานก่อสร้างสะพานข้ามแยกบายพาส ตัดถนนสุขุมวิท หมู่ 12 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง ใช้ท่อนเหล็กตีศีรษะจนตาย ก่อนนำไฟตัดแก๊สมาลนขนจนเกรียมทั้งตัว คล้ายเตรียมนำไปประกอบอาหาร แต่ รปภ.ของแคมป์คนงานไปพบเสียก่อน จึงเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เจ้าของรับไม่ได้ รีบเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ ตาลำ สว.(สอบสวน) สภ.แกลง เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด
ภายหลังเกิดเหตุ หัวหน้างานของแคมป์คนงานได้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่เจ้าของสุนัขยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมระบุว่ายังรู้สึกหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยอ้างว่าระหว่างการพูดคุยมีการกล่าวในทำนองว่า "ฆ่าหมาได้ คนก็ฆ่าได้" ยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวง และต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.แกลง รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว พร้อมเตรียมเรียกผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนร่างของ "เจ้าเฉาก๊วย" เจ้าของได้นำไปฝังไว้ภายในสวน ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว และเสียงเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก.
นางณิฎา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนประกอบอาชีพขายต้นไม้ และเลี้ยงสุนัขไว้ 2 ตัว คือ "ส้มจี๊ด" และ "เฉาก๊วย" โดยปกติเจ้าเฉาก๊วยจะวิ่งเล่นอยู่ในร้าน และช่วงเย็นมักเดินไปเล่นที่แคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งมี รปภ.คอยให้อาหารและดูแลเป็นประจำ จึงไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้นกระทั่งน้องชายโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้าย พร้อมส่งภาพให้ดูว่าเจ้าเฉาก๊วยนอนตายอยู่ข้างตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อเห็นสภาพศพถึงกับช็อก เพราะสุนัขถูกท่อนเหล็กยาวประมาณ 1 เมตร ตีเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต และยังถูกใช้ไฟตัดแก๊สลนขนจนไหม้เกรียมทั่วตัว เป็นภาพที่สะเทือนใจอย่างมาก
จากการสอบถามคนงานผู้ก่อเหตุ ซึ่งทราบชื่อคือ นายบุญเลิศ อ้างว่า สุนัขเข้าไปกัดลูกไก่ของตนตาย 2 ตัว จึงโมโหใช้ท่อนเหล็กตีจนตาย โดยในที่เกิดเหตุยังพบท่อนเหล็กเปื้อนเลือด และกองหญ้าที่ถูกไฟเผาอยู่ข้างตู้คอนเทนเนอร์ จึงเชื่อว่าได้มีการใช้ไฟลนขนสุนัขจริง ก่อนที่เจ้าของจะเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีภายหลังเกิดเหตุ หัวหน้างานของแคมป์คนงานได้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่เจ้าของสุนัขยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมระบุว่ายังรู้สึกหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยอ้างว่าระหว่างการพูดคุยมีการกล่าวในทำนองว่า "ฆ่าหมาได้ คนก็ฆ่าได้" ยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวง และต้องการให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.แกลง รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว พร้อมเตรียมเรียกผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนร่างของ "เจ้าเฉาก๊วย" เจ้าของได้นำไปฝังไว้ภายในสวน ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว และเสียงเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก.

















