วันนี้ (4 ก.ค.) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนไมสัก ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง จนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังภายในซอยสุพรรณ น้ำฝนสะสมระบายไม่ทัน เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรและบริเวณหน้าบ้านเรือนประชาชนหลายจุด สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบพบว่า ระดับน้ำภายในซอยบางช่วงสูงประมาณ 20–50 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์สัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก หลายคันต้องจอดรอให้น้ำลด ขณะที่บางส่วนจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมขังเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เนื่องจากระบบระบายน้ำภายในซอยมีขนาดไม่เพียงพอ อีกทั้งยังมีเศษขยะและวัชพืชอุดตันตามท่อระบายน้ำและคูคลอง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า เมื่อเกิดฝนตกต่อเนื่องจึงทำให้น้ำเอ่อท่วมถนนและไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนบางส่วน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน
ตลอดช่วงที่เกิดน้ำท่วม ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมขังทำให้มองไม่เห็นสภาพพื้นผิวถนน หลุมบ่อ และฝาท่อระบายน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องเดินลุยน้ำเข้าออกบ้าน และผู้ปกครองต้องคอยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสน้ำและสิ่งแปลกปลอมที่มากับน้ำท่วม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าและกิจการภายในซอยยังได้รับผลกระทบจากปริมาณลูกค้าที่ลดลง เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม บางร้านต้องเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์ขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อรายได้และการค้าขายในช่วงเกิดเหตุ
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเปิดทางระบายน้ำและตรวจสอบท่อระบายน้ำที่อาจเกิดการอุดตัน รวมทั้งติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง และใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งการขุดลอกคูคลอง ปรับปรุงและขยายระบบระบายน้ำ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบพบว่า ระดับน้ำภายในซอยบางช่วงสูงประมาณ 20–50 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์สัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก หลายคันต้องจอดรอให้น้ำลด ขณะที่บางส่วนจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมขังเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เนื่องจากระบบระบายน้ำภายในซอยมีขนาดไม่เพียงพอ อีกทั้งยังมีเศษขยะและวัชพืชอุดตันตามท่อระบายน้ำและคูคลอง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า เมื่อเกิดฝนตกต่อเนื่องจึงทำให้น้ำเอ่อท่วมถนนและไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนบางส่วน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน
ตลอดช่วงที่เกิดน้ำท่วม ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมขังทำให้มองไม่เห็นสภาพพื้นผิวถนน หลุมบ่อ และฝาท่อระบายน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องเดินลุยน้ำเข้าออกบ้าน และผู้ปกครองต้องคอยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสน้ำและสิ่งแปลกปลอมที่มากับน้ำท่วม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าและกิจการภายในซอยยังได้รับผลกระทบจากปริมาณลูกค้าที่ลดลง เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม บางร้านต้องเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์ขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อรายได้และการค้าขายในช่วงเกิดเหตุ
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเปิดทางระบายน้ำและตรวจสอบท่อระบายน้ำที่อาจเกิดการอุดตัน รวมทั้งติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง และใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งการขุดลอกคูคลอง ปรับปรุงและขยายระบบระบายน้ำ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง








