ที่ห้องประชุมสระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราขการจังหวีดสุรินทร์เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพงานส่องกล้องทางเดินอาหารด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำยุคกว่า 12 ล้านบาท
โดยมีนายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์
นายแพทย์ทวี รัตนชูเอก นายแพทย์ทรงคุณวุฒิที่ปรึกษาศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข
รศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร นายกสมาคมแพทย์ทางเดินอาหารไทย พร้อมด้วยนายแพทย์เผด็จ หนูพันธ์ รองผู้อำนวยการด้านกิจกรรมพิเศษ และ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านอายุรกรรม)
คณะวิทยากร และคณะแพทย์จาก5 ประเทศเข้าร่วมการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ งานส่องกล้องทางเดินอาหาร
เครือข่ายทวีเอฟซี ครั้งที่ 12
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของโครงการ มุ่งเน้นเพื่อพัฒนา ศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทางวิชาการ แนวปฏิบัติที่ดี และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจน ส่งเสริม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ในการพัฒนาคุณภาพบริการ และความปลอดภัยของผู้ป่วย อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐาน การบริการงานส่องกล้องทางเดินอาหารให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ
โดย ผวจ.สุรินทร์ได้เยี่ยมชมบู๊ทการส่องกล้องทางเดินอาหาร และกล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชน และผู้สูงวัยกรือ 50 อัพ มารับการตรวจร่างกาย ส่องกล้องดูลำไส้ การตรวจเช็คที่มีประสิทธิภาพ
ขณะที่นายแพทย์ทวี รัตนชูเอก กล่าวว่าการจัดงาน "ทวี FC ครั้งที่ 12" ในวันนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของลูกศิษย์เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่เคารพรักอาจารย์ทวี ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะจัดกิจกรรมแห่งความทรงจำและความผูกพันนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ แนวปฏิบัติและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ
นำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการบริการงานส่องกล้องทางเดินอาหารให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก5 ประเทศมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์
ซึ่งปัจจุบัน การส่องกล้องทางเดินอาหารไม่ได้เป็นเพียงการตรวจหาสาเหตุของโรค แต่ยังสามารถรักษาโรคได้ในคราวเดียวกัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่จำเป็นต้อง ผ่าตัดใหญ่ ลดความเจ็บปวด ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะโรคมะเร็งทางเดินอาหาร ซึ่งเพิ่มโอกาสในการ รักษาได้มากขึ้น
จุดเด่นของเทคโนโลยีในโครงการนี้ คือช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ทำหัตถการได้อย่างปลอดภัย และได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ป่วยและต่อการพัฒนาศักยภาพของทีมแพทย์ไทย
นอกจากนี้โครงการทวี FC ครั้งที่ 12 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทาง วิชาการ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรทางการแพทย์จะได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ จาก ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในด้านการวินิจฉัย การรักษา และการจัดการภาวะแทรกซ้อน ผ่านการบรรยาย การอภิปราย และการสาธิตหัตถการจากสถานการณ์จริง ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษา และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วประเทศเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
อัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าวNews24 จ.สุรินทร์ รายงาน















