ย้อนรอยโจรใต้วางคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง ใช้ระเบิดหนัก 70 โลพวงกัน 2 ลูก รถคาร์บอมบ์โอนลอยจากนครชัยศรี บุกค้นบ้านหลังรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแต่หนีรอดไปได้

  สำหรับความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ซึ่งตั้งอยู่ ม.4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ในช่วงเวลา 19.20 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค.69 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผวช.ภ.9 และนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส ได้ร่วมอำนวยการเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมของคนร้าย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และให้เคลื่อนย้ายเก็บกวาดพื้นที่โดยรอบเพื่อกลับคืนสู่สภาพโดยเร็วนั้น

  ล่าสุดพบว่า ซากรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์คันดังกล่าว ถูกอนุภาพของระเบิดกระเด็นกระจัดกระจายเป็น 2 จุดใหญ่ คือ ที่บริเวณกำแพงรั้วของป้าย สภ.ตันหยง ที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ และที่บริเวณด้านขวามือของตัวอาคาร สภ.ตันหยงหลังเก่า และสร้างความเสียหายต่อตัวอาคาร กระจกหน้าต่างเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กษ 1822 นครศรีธรรมราช ของ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ 38 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.ตันหยง ที่จอดไว้หน้าอาคารด้านซ้ายมือ ห่างจากจุดคาร์บอมบ์ ประมาณ 10 ถึง 15 เมตร ถูกเพลิงไหม้และสะเก็ดของอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน

  นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 2 ลูก ที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ ได้ประกอบใส่ไว้ในภาชนะถังปิกนิค 1 ลูกน้ำหนักประมาณ 20 ก.ก. และอีก 1 ลูก ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนักประมาณ 50 ก.ก. รวม 2 ลูกหนัก 70 ก.ก. ซึ่งคาดว่าต่อพวงจุดชนวนด้วยรีโมตฯ ที่ทำงานสมบูรณ์เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามในการตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนกรณีรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นแลนด์เซอร์ ทะเบียน พค 4927 กทม. ที่คนร้ายได้ติดทะเบียนปลอม เจ้าของอาศัยอยู่นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ได้มีการโอนลอยให้เจ้าของใหม่มาใช้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ในระยะหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ทราบตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านของภรรยา ในพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส แต่ไม่พบตัวบุคคลดังกล่าว และจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปตรวจสอบบ้านพักซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของบุคคลดังกล่าว ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ในโอกาสต่อไป
 นอกจากนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังส่งผลทำให้ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ ผบ.หมู่ ป. สภ.ตันหยง ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรยามหน้าป้อมปราการ ได้ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล้กน้อย
  และในช่วงคืนที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ได้สั่งเจ้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดบนถนนที่มุงหน้าไปยัง สภ.ตันหยงหลังเก่า พบว่า คนร้ายจำนวน 2 คน ขับรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ 1 คน และขี่รถ จยย. 1 คน ตามหลังรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์มาจากถนนแยกวงเวียน อบต.กะลุวอเหนือ เมื่อถึงบริเวณ 3 แยกได้ชะลอความเร็วรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ เพื่อบังคับรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ให้เลี้ยวขวา เมื่อเห็นว่ารถได้ไหลไปที่เป้าหมาย คนร้ายได้เปิดประตูรถยนต์เก๋งและกระโดดลงมาจากรถ แล้ววิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่คนร้ายอีกคนขี่ตามหลังมารับ ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มระดับปฏิบัติการณ์ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายกำลังวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่เพื่อนมารับหลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปเส้นทางข้าง สภ.ตันหยง ผ่านมัสยิด ที่สามารถไปยังพื้นที่ อ.ตากใบ
 ซึ่งเหตุการณ์ที่คนร้ายได้ก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้เกิดขึ้น 3 ครั้งแล้ว คือ 1. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 67 ที่บริเวณหัวถนนปากซอยหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส 2.เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 บริเวณในที่ทำการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ 3. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณหน้าฐานปฏิบัติการณ์ ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่สร้างความเสียหายต่อสถานที่ราชการ และมุ่งสร้างความหวาดกลัวต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน
  ส่วนกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้คาดว่า เป็นกลุ่มระดับปฏิบัติการณ์ น่าจะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น 3 ครั้งที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ไปทำการตรวจสอบทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งชิ้นส่วนเศษซากของระเบิดที่เก็บรวบรวมได้ และซากเศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ ที่คาดว่าน่าจะมีบางส่วนที่สามารถตรวจสอบพบคราบลายนิ้วมือแฝงและดี.เอ็น.เอ.ที่คนร้ายเหลืออยู่
และล่าสุดในช่วงเช้าผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบว่า จุดเกิดเหตุได้ถูกเก็บกวาดเคลียร์พื้นที่โดยรอบ พร้อมเคลื่อนย้ายเศษซากชิ้นส่วนต่างๆ จนหมดเกลี้ยง รวมไปถึงใช้ผ้าสแลนกันแดดสีดำคลุมปกปิดสิ่งที่อุจาดตา และมีช่างกำลังซ่อมแซมส่วนที่เป็นรั้วกำแพง สภ.ตันหยง ที่ได้รับความเสียหายจากอนุภาพของระเบิด ให้คืนสู่สภาพปกติ


 นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

ใหม่กว่า เก่ากว่า