เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เวลาประมาณ 12.00 น. ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งกำกับดูแลงานด้านยาเสพติด พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน บช.น., บก.น.7 และ สน.บางยี่ขัน นำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากคดีสะเทือนวงการ หลังผู้รับจ้างหิ้วพัสดุไปต่างประเทศสังเกตเห็นความผิดปกติของกระปุกมะขามเปียก ก่อนแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ จนนำไปสู่การตรวจยึดไอซ์บริสุทธิ์กว่า 2 กิโลกรัม และจับกุมผู้ต้องหารายแรกซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าให้แฟนสาวชาวเวียดนามจากการตรวจค้น 4 จุด พบว่าจุดสำคัญในพื้นที่คลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไรเดอร์เข้ามารับพัสดุ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชาวเวียดนามได้รวม 6 ราย โดย 5 รายถูกดำเนินคดีฐานเสพยาเสพติดประเภท 1 และอีก 1 รายถูกดำเนินคดีฐานมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารสำคัญจำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ข้อมูลทางดิจิทัล พร้อมยึดสำเนาหนังสือเดินทางของ “มะลิ” หญิงชาวเวียดนาม แฟนสาวของผู้ต้องหารายแรก เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องต่อศาล ขออนุมัติออกหมายจับและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี
ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยมีนาย DO NHU NGOC ทำหน้าที่จัดหางานเอ็นเตอร์เทน ได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 700 บาท พักอาศัยอยู่ร่วมกัน และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ยอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้ใช้วิธีอำพรางยาเสพติดด้วยการซุกซ่อนไว้ในสินค้าเกษตรและอาหารแห้ง ก่อนใช้บริการรับหิ้วพัสดุระหว่างประเทศเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ถือเป็นรูปแบบการลำเลียงยาเสพติดที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชนที่รับจ้างหิ้วพัสดุไปต่างประเทศ ให้ตรวจสอบสิ่งของทุกชิ้นอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติหรือมีน้ำหนักไม่สัมพันธ์กับลักษณะสินค้า ไม่ควรรับฝากโดยเด็ดขาด และย้ำว่า ผู้ที่ยินยอมเปิดบัญชีม้า หรือมอบเอกสารส่วนตัวให้ผู้อื่นนำไปใช้ อาจเข้าข่ายร่วมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งตำรวจนครบาลจะเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด


