รวบหัวหน้าแก๊งพม่าอุกอาจ! บุกมัด รปภ. ปล้นสายไฟกลางดึกสูญ 6 แสน สารภาพพก “กล๊อค 19” เถื่อนพร้อมยิง พบวางแผนเป็นขบวนการ

วันที่ 3 ก.ค. 2569 พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รอง ผกก.สส.สภ.ปลวกแดงพ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านบึง และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สว.สส.สภ.บ้านบึง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นแคมป์คนงาน ภายในซอย 1 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคนร้ายชาวเมียนมา ที่ก่อเหตุบุกปล้นสายไฟในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงอาวุธปืนสั้นเถื่อนที่พบอยู่กับหัวหน้าแก๊ง
เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม นายเย โม หรือ นายเย หม่อง สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.324/2569 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และร่วมกันพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”นายไว ยาน อู อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา โดยแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล้นทรัพย์”

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 01.45 น. โดยในคืนเกิดเหตุ หัวหน้าแก๊งได้พกอาวุธปืนสั้นยี่ห้อกล๊อค 19 ขนาด 9 มม. แบบไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องกระสุนติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ข่มขู่และป้องกันการต่อสู้หากถูกขัดขืน โดยตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธปืนดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพิ่มเติมสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ สภ.บ้านบึง รับแจ้งเหตุคนร้ายกว่า 10 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปภายในไซต์งานของบริษัท Egsys ด้านหลังบริษัทอาหารสยาม หมู่ 8 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก่อนใช้อาวุธมีดข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้าไซต์งานอยู่เพียงลำพัง

คนร้ายมีพฤติการณ์อุกอาจ โดยเข้าประชิดตัว รปภ.จากด้านหลัง ใช้มีดจี้บังคับไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนช่วยกันจับมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกไนลอน และใช้ผ้าปิดปาก จากนั้นยังมีการชกต่อยและใช้เท้าถีบเข้าที่ลำตัวเพื่อข่มขู่ไม่ให้ขัดขืน ทำให้ รปภ.ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกายและเกิดอาการหวาดผวาต่อมามีรถกระบะอีก 2 คัน ขับเข้ามาภายในไซต์งาน โดยกลุ่มคนร้ายช่วยกันลำเลียงสายไฟที่บรรจุเป็นม้วนขนาดใหญ่ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนพากันหลบหนีไป รวมสายไฟที่ถูกปล้นไปกว่า 2,034 เมตร มูลค่าความเสียหายประมาณ 600,000 บาท

ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบรถต้องสงสัยวิ่งผ่านเส้นทางบ้านสุรศักดิ์-พันเสด็จนอก และพบว่ามีการนำสายไฟไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ จึงแกะรอยจากทะเบียนรถและขยายผลจนทราบแหล่งพักของกลุ่มผู้ต้องหาในแคมป์คนงานพื้นที่ อ.ปลวกแดง ก่อนเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมดังกล่าว
จากแนวทางสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยจะส่งลูกน้องเข้าไปสมัครทำงานตามไซต์ก่อสร้างและโรงงานต่าง ๆ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว เมื่อพบว่ามีการนำสายไฟหรือทรัพย์สินมีค่ามาเก็บไว้ภายในไซต์งาน จะรีบแจ้งหัวหน้าแก๊ง ก่อนวางแผนลงมือในช่วงกลางดึก อาศัยช่วงที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียวและพื้นที่เปลี่ยวก่อเหตุ
นอกจากนี้ก่อนลงมือคนร้ายจะมีการดูลาดเลา ศึกษาเส้นทางเข้าออก จุดติดตั้งกล้องวงจรปิด และเตรียมรถกระบะสำหรับขนของกลางไว้ล่วงหน้า โดยหลังได้ทรัพย์สินจะรีบนำไปขายร้านรับซื้อของเก่าทันที เพื่อตัดตอนการติดตามของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีได้รวมแล้ว 6 ราย พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ” ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในไซต์งานและโรงงาน โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมต่างด้าวที่ก่อเหตุในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกต่อไป





 

ใหม่กว่า เก่ากว่า