นอกจากนี้ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องคัดค้าน ยังมองว่าขั้นตอนการขอมติส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่เป็นธรรมกับชาวบ้านที่เป็นผู้ใช้น้ำโดยตรง เนื่องจากวันที่ประชุมขอมติ มีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงประมาณ 40 กว่าคนเท่านั้น ทั้งที่จำนวนผู้ใช้น้ำจริงทั้ง 2 หมู่บ้านมีมากกว่า 500 ครัวเรือน
หากจะใช้มติของผู้ใช้น้ำเพื่อตัดสินใจว่าจะส่งมอบระบบประปาหมู่บ้าน ให้เทศบาลดูแลหรือไม่ ชาวบ้านผู้ใช้น้ำจริงควรจะมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยการลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จึงอยากให้ทางเทศบาลมีการเปิดประชุมขอมติใหม่ให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย
นางหนู มาพิบูลย์ อายุ 70 ปี และนางพนิดา ทานนท์ อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน บอกตรงกันว่า ในฐานะชาวบ้านผู้ใช้น้ำไม่เห็นด้วยที่จะส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้ทางเทศบาลดูแล เพราะที่ผ่านมาอดีตผู้นำหมู่บ้าน กรรมการผู้ใช้น้ำประปาหมู่บ้านชุดเดิม ได้บริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านได้เป็นอย่างดีไม่เคยมีปัญหา แต่พอผู้นำคนใหม่ และกรรมการชุดใหม่เข้ามาดูแลช่วงเดือน ม.ค.69 ระบบประปาก็เริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะเมื่อเดือน มี.ค.69 สภาพน้ำประปาเริ่มขุ่นโคลน มีกลิ่นเหม็นเน่า จนชาวบ้านไม่กล้านำไปหุงข้าว หรือประกอบอาหารได้
ทั้งกังวลว่าหากส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้ทางเทศบาลดูแล ค่าน้ำต่อหน่วยจะแพงขึ้นหรือไม่ แล้วหากระบบประปามีปัญหาต้องมติสภาถึงจะสามารถนำเงินมาซ่อมแซมได้ ซึ่งอาจจะล่าช้า จึงไม่เห็นด้วยแต่หากจะใช้มติชาวบ้านจริงก็ต้องให้ชาวบ้านผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการลงมติ ไม่ใช่เกิดจากการตัดสินใจจากผู้นำ และชาวบ้านเพียงส่วนน้อยเท่านั้นด้านนางษาวดี กลิ่นสุข อดีตผู้ใหญ่บ้านศิลาทอง บอกว่า ระบบประปาหมู่บ้านของ 2 หมู่บ้านมีการบริหารจัดการกันเองมาตั้งแต่ปี 2544 ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร กระทั่งผู้นำและกรรมการชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการเมื่อต้นปี 2569 ระบบประปาเริ่มมีปัญหาน้ำไม่ผ่านระบบกรองที่ถูกต้อง ทำให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำที่ไม่สะอาด พอแก้ปัญหาไม่ได้ทางผู้นำปัจจุบันก็เสนอจะส่งมอบระบบประปาให้ทางเทศบาลดูแล แต่การขอมติกลับไม่โปร่งใส เพราะมีชาวบ้านเข้าร่วมแค่ประมาณ 40 คนไม่ถึงครึ่งของจำนวนผู้ใช้น้ำจริง จึงอยากให้ทางเทศบาลเปิดให้ลงมติใหม่ตามหลักประชาธิปไตย ให้ชาวบ้านผู้ใช้น้ำทั้ง 500 ครัวเรือนมีสิทธิ์ตัดสินใจ
ส่วนกรณีที่มีผู้นำหรือเจ้าหน้าที่บางคน ข่มขู่จะแจ้งจับเพราะกล่าวหาว่าไม่ยอมส่งมอบบัญชี ที่มีเงินสะสมจากการบริหารจัดการระบบประปาของผู้นำและกรรมการชุดเดิม ที่มีอยู่กว่า 1 แสน 6 หมื่นบาทให้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ยื้อ แต่จะส่งมอบให้ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่ากรรมการชุดใหม่บริหารจัดการอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่เห็นด้วยที่จะโอนระบบประปาให้เทศบาลดูแล
ทั้งนี้ทีมข่าวได้สอบถามนายประกาศิต วิวาโค ปลัดเทศบาลตำบลห้วยหิน ระบุว่า การประชุมเมื่อวานนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน เนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ว่าน้ำประปาไม่สะอาด ทางอำเภอก็สอบถามว่าเป็นประปาที่ทางเทศบาลดูแลหรือไม่ ก็บอกไปว่าเป็นประปาของกรมอนามัย แต่ทางหมู่บ้านดูแลบริหารจัดการกันเอง ยังไม่ได้ส่งมอบให้ทางเทศบาลเบื้องต้นจึงทำได้เพียงส่งช่างไปดูแต่ไม่สามารถตั้งงบไปดำเนินการซ่อมแซมได้ จึงเป็นที่มาของการลงพื้นที่ไปประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีตัวแทนของทางอำเภอ เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุมด้วย จนทราบว่าอดีตผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนถือบัญชีเงินจากการจัดเก็บค่าน้ำประปา ของกลุ่มผู้ใช้น้ำไม่ยอมส่งมอบให้กรรมการชุดใหม่ จึงไม่มีเงินไปซ่อมบำรุงระบบประปาได้ ทางผู้นำจึงเสนอให้มีการลงมติ เพื่อส่งมอบระบบประปาให้ทางเทศบาลดูแล จะได้สามารถตั้งงบเข้ามาซ่อมบำรุงระบบประปาได้ ส่วนเรื่องการจัดเก็บค่าน้ำทางเทศบาลไม่ได้เข้าไปยุ่ง ก็ให้คณะกรรมการชุดใหม่ดูแลบริหารจัดการเอง ซึ่งทางเทศบาลยืนยันว่าต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับชาวบ้าน หากติดขัดอะไรก็จำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์









