บุรีรัมย์ม่ผู้ช่วยพยาบาลเหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์หวั่นลูกตายฟรีไร้เยียวยา เดือดร้อนต้องกู้เงินจัดงานศพ แม่ผู้ช่วยพยาบาลชาวบุรีรัมย์ เหยื่อโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว หวั่นลูกตายฟรีไร้การเยียวยา ผ่านไป 3 วัน ยังไม่มีใครติดต่อไม่มีแม้คำขอโทษ เดือดร้อนต้องกู้เงินมาจัดงานศพ ครอบครัวขาดเสาหลัก ด้านสามีวอนภาครัฐเร่งรัดผู้ประกอบการช่วยเหลือผู้สูญเสีย ลั่นเงินประกัน 40 ล้านควรเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ


 (15 ก.ค.69)   บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 214 บ้านโคกกลาง  ต.โคกกลาง  อ.ลำปลายมาศ  จ.บุรีรัมย์   สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.มณีรัตน์   บ่มกลาง  หรือจิ๊บ อายุ 38 ปี  ผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่กรุงเทพมหานคร   หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว  กลางดึกวันที่ 12 ก.ค.69  ที่ผ่านมา    ยังคงมีเพื่อนร่วมวิชาชีพ  ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย  ญาติพี่น้อง และคนที่ทราบข่าว  ต่างทยอยเดินทางมาแสดงความอาลัย และให้กำลังใจกับครอบครัวของ น.ส.มณีรัตน์   อย่างต่อเนื่อง  ขณะที่นางมยุรี   บ่มกลาง  แม่ของ น.ส.มณีรัตน์  ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เพราะยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก  โดยครอบครัวมีกำหนดสวดอภิธรรมศพไปจนถึงคืนวันที่ 17 ก.ค. และประกอบพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.69  ที่วัดโคกกลาง

ขณะที่นายศักดิ์   ซารัมย์   สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดบุรีรัมย์  ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมแสดงความเสียใจ และมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพเบื้องค้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

 นางมยุรี    บ่มกลาง   แม่ของ น.ส.มณีรัตน์   บอกว่า  ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว จนนำร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดได้ 3 วันแล้ว  ก็ยังไม่มีตัวแทนผู้ประกอบการโรงเบียร์มาแสดงความเสียใจ  ขอโทษ หรือโทรศัพท์มาติดต่อเรื่องการเยียวยาเลย  แม้แต่พวงหรีดแสดงความเสียใจก็ไม่มี  และเงินที่ทางทนายของผู้ประกอบการออกมาให้ข่าว  ว่าจะช่วยเหลือเงินค่าจัดงานศพเบื้องต้นศพละ 10,000 บาท  ก็ยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเลย   ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะปกติลูกสาวที่เสียชีวิต  จะเป็นเสาหลักดูแลส่งเสียพ่อแม่และน้องๆ อีก 2 คน   ตอนนี้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาสำรองก่อน 50,000 บาท เพื่อใช้จัดงานศพให้กับลูกสาว   บางส่วนก็เป็นเงินของลูกเขย   แต่ก็หวังว่าหากได้รับเงินเยียวยาจากทางผู้ประกอบการก็จะนำไปใช้หนี้    ยอมรับว่ากังวลเกรงว่าลูกสาวจะตายฟรีโดยไม่ได้รับการเยียวยา  เหมือนกับเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิง 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมา   ก็อยากวิงวอนทางผู้ประกอบการเห็นใจและเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียด้วย   

 ด้านนายอ๊อฟ    สามี น.ส.มณีรัตน์   ก็บอกว่า   ตั้งแต่วันที่ภรรยาเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทางผู้ประกอบการโรงเบียร์  ติดต่อมาพูดคุยอะไรเลย แม้แต่โทรมาขอโทษหรือแสดงความเสียใจ ก็ยังไม่เคยมีเลย   ส่วนตัวเชื่อว่าโรงเบียร์ดังกล่าวน่าจะมีหุ้นส่วนหลายคน  ก็น่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง   ยอมรับว่าตอนนี้กังวลเกรงจะไม่ได้รับการเยียวยา เหมือนกับผู้สูญเสีย จากเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงเมื่อ 2 เหตุการณ์ก่อนหน้านี้   จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  ช่วยเป็นตัวกลางในการเร่งรัดติดต่อประสานให้ทางผู้ประกอบการ   รับผิดชอบผู้สูญเสียด้วย   เพราะแม้แต่เงินจัดงานศพที่ว่าจะจ่าย  ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย   และหากเป็นไปได้สำหรับเงินประกันอัคคีภัย 40 ล้านบาทที่ทางร้านทำไว้  แต่เป็นการคุ้มครองโครงสร้างและทรัพย์สิน  มองว่าผู้ประกอบการควรนำเงินส่วนนี้  มาจ่ายเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ   ถ้าเห็นชีวิตคนสำคัญ  ก็อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้สูญเสียให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย   ลำพังจะดำเนินการเองก็คงจะสู้ไม่ไหวเรื่องอาจจะเงียบไปตามกระแส




     สุรชัย     พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า