ขณะที่นายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมแสดงความเสียใจ และมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพเบื้องค้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
นางมยุรี บ่มกลาง แม่ของ น.ส.มณีรัตน์ บอกว่า ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว จนนำร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดได้ 3 วันแล้ว ก็ยังไม่มีตัวแทนผู้ประกอบการโรงเบียร์มาแสดงความเสียใจ ขอโทษ หรือโทรศัพท์มาติดต่อเรื่องการเยียวยาเลย แม้แต่พวงหรีดแสดงความเสียใจก็ไม่มี และเงินที่ทางทนายของผู้ประกอบการออกมาให้ข่าว ว่าจะช่วยเหลือเงินค่าจัดงานศพเบื้องต้นศพละ 10,000 บาท ก็ยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเลย ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะปกติลูกสาวที่เสียชีวิต จะเป็นเสาหลักดูแลส่งเสียพ่อแม่และน้องๆ อีก 2 คน ตอนนี้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาสำรองก่อน 50,000 บาท เพื่อใช้จัดงานศพให้กับลูกสาว บางส่วนก็เป็นเงินของลูกเขย แต่ก็หวังว่าหากได้รับเงินเยียวยาจากทางผู้ประกอบการก็จะนำไปใช้หนี้ ยอมรับว่ากังวลเกรงว่าลูกสาวจะตายฟรีโดยไม่ได้รับการเยียวยา เหมือนกับเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิง 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็อยากวิงวอนทางผู้ประกอบการเห็นใจและเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียด้วย
ด้านนายอ๊อฟ สามี น.ส.มณีรัตน์ ก็บอกว่า ตั้งแต่วันที่ภรรยาเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทางผู้ประกอบการโรงเบียร์ ติดต่อมาพูดคุยอะไรเลย แม้แต่โทรมาขอโทษหรือแสดงความเสียใจ ก็ยังไม่เคยมีเลย ส่วนตัวเชื่อว่าโรงเบียร์ดังกล่าวน่าจะมีหุ้นส่วนหลายคน ก็น่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง ยอมรับว่าตอนนี้กังวลเกรงจะไม่ได้รับการเยียวยา เหมือนกับผู้สูญเสีย จากเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงเมื่อ 2 เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยเป็นตัวกลางในการเร่งรัดติดต่อประสานให้ทางผู้ประกอบการ รับผิดชอบผู้สูญเสียด้วย เพราะแม้แต่เงินจัดงานศพที่ว่าจะจ่าย ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย และหากเป็นไปได้สำหรับเงินประกันอัคคีภัย 40 ล้านบาทที่ทางร้านทำไว้ แต่เป็นการคุ้มครองโครงสร้างและทรัพย์สิน มองว่าผู้ประกอบการควรนำเงินส่วนนี้ มาจ่ายเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ถ้าเห็นชีวิตคนสำคัญ ก็อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้สูญเสียให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย ลำพังจะดำเนินการเองก็คงจะสู้ไม่ไหวเรื่องอาจจะเงียบไปตามกระแส
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์





