วันนี้ 03 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี/ผู้อำนวยการจังหวัด ประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนชาวกาญจนบุรีว่า ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง เรื่อง “พายุไมสัก” ฉบับที่ 1 (104/2569) ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่าเมื่อเวลา 01.00 น.วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ไมสัก” แล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 510 กิโลเมตร ทางตอนใต้ของเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 4 – 6 กรกฎาคม 2569 โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก”และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 – 4 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนภาคตะวันออกและภาคใต้ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2569 บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2569 ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการ ดังนี้ 1. ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ที่มีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ (อาทิเช่น ทหาร ตำรวจ หน่วยงานชลประทาน สถาบันการศึกษา มูลนิธิ อาสาสมัคร ฯลฯ ) เตรียมความพร้อมกำลังพล วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร และยานพาหนะให้พร้อมปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวก สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะ ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด หากมีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ตลอด 24 ชั่วโมง2. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย อาทิ การกำจัดวัชพืช ขยะตามเส้นทางน้ำ การพร่องน้ำในแหล่งน้ำ การเร่งระบายน้ำ/การเปิดทางน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม การระบายน้ำ/ส่งน้ำไปกักเก็บในแหล่งน้ำที่มีน้ำน้อย โดยประเมินสถานการณ์ ที่อาจส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้ง ตรวจสอบความมั่นคง เรือแพ โป๊ะเรือ ท่าเทียบเรือ และจุดเสี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรง พิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แก้ไขโดยด่วน3. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการก่อสร้าง บำรุงรักษาถนน ในการตรวจสอบปรับปรุง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาโครงการที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาการระบายน้ำในช่วงฝนตกหนัก พร้อมทั้งให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร ติดตั้งป้าย/สัญญาณจราจรแจ้งเตือนประชาชนใช้ความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวให้ชัดเจน4. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้อพยพให้เพียงพอ กรณีเกิดสถานการณ์ ขอให้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอในศูนย์พักพิงชั่วคราวด้วยและ 5. หากเกิดสถานการณ์สาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ ให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที โดยประสานจัดกำลังจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วย พร้อมทั้งแจ้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีทราบทันที ทางหมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร 0 3451 5998, 0 3451 6795 และแอปพลิเคชันไลน์ : รายงานสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
ภาพข่าว///ภูมิภาค / ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี

_0.jpg)


