โดยชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. นำโดย พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สารวัตร กก.ดส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (ชปส.ดส.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวิทวัส หรือตาว อายุ 37 ปี และนายพัณณ์กร หรือตั้ว อายุ 33 ปี พร้อมของกลางวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) บรรจุในห่อชาสีเขียว-เหลือง จำนวน 37 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ใช้เป็นรถนำทาง 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถภายในชุมชนบางปิ้ง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนขยายผลต่อมา จนทำให้ทราบว่า นายวิทวัสมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการด้วย จึงสืบสวนจนทราบว่ามีนายพัณณ์กรเป็นผู้ร่วมขบวนการ ทำหน้าที่ขับรถนำทางและตรวจการณ์ ขณะเดียวกันพบว่าทั้งสองใช้รถยนต์ 2 คันในการลำเลียงยาเสพติด และมักนำรถมาจอดไว้ภายในชุมชนบางปิ้ง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อวางแผนเข้าจับกุม
ต่อมาวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทราบข้อมูลจากการสืบสวนว่า ทั้งสองจะไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี ก่อนนำกลับมาเก็บไว้ในรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในชุมชนบางปิ้ง จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถทั้งสองคันขับเข้ามายังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น โดยนายวิทวัสซึ่งขับรถบรรทุกยาเสพติดมีท่าทีพิรุธและพยายามหลบหนี แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ ส่วนนายพัณณ์กรซึ่งขับรถนำทางก็ถูกจับกุมพร้อมกัน
จากการตรวจค้นตัวผู้ต้องหาทั้งสองไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อค้นภายในรถยนต์มิตซูบิชิ พบคีตามีนบรรจุอยู่ในห่อชาสีเขียว-เหลือง จำนวน 37 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบสวน นายวิทวัสและนายพัณณ์กรให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยเพิ่งไปรับมาจากผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาพักไว้ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ
นายวิทวัสให้การว่า รับคำสั่งจากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายนิว” ซึ่งไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ให้ไปรับยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 500 บาท และจะได้รับเงินทั้งหมดหลังจำหน่ายยาเสพติดเสร็จสิ้น ขณะที่นายพัณณ์กรรับว่า ทำหน้าที่ขับรถนำทางและตรวจการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้สั่งการที่ใช้นามแฝงว่า “นายนิว” และส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



