สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมาก ลำเลียงดินจากพื้นที่ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร มายังจุดพักดินในพื้นที่บริเวณอำเภอเมืองสระแก้ว โดยมีความกังวลว่าประเด็นดังกล่าวอาจเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการใช้ประโยชน์ในที่ดินภายในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รวมถึงในเขตพื้นที่ป่าสงวนและที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ เนื่องจากจังหวัดสระแก้ว มีสัดส่วนของที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินโครงการของรัฐค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ รวมถึงยังพบว่าดินที่ถูกขนย้ายมาเหล่านั้น ตกหล่นและกระจายบนท้องถนน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว จึงเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดดังนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายไชยวัฒน์ ภูนิละมัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลประเภทของที่ดินดังกล่าว ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว โดยมีนายพิสุทธิ์ ปัญจเดโช ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมหารือร่วมกันเพื่อยืนยันแนวเขตพื้นที่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บริเวณที่มีการขุดดินไปใช้ประโยชน์เป็นที่ดินที่มีหนังสือรองรับการทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ส.3 ก.) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายกรณีการขุดดินตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2553 อันอยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว จึงได้ประสานงานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร เพื่อหารือและติดตามการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด นำโดยนายวิชัย บรรณสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด นายสนใจ ศรีชาญชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่และประชุมหารือวางแนวทางเพื่อป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่ามีที่ดินในบริเวณตำบลห้วยโจด จำนวน 2 จุด ที่ปรากฏให้เห็นว่าสภาพที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการขุดเปิดหน้าดิน รายละเอียดดังนี้ จุดที่ 1 : มีการขุดเปิดหน้าดินกินพื้นที่กว้างกว่า 10 ไร่ ตรวจวัดความลึกจากระดับพื้นดินเดิมได้ 5.60 เมตร และมีขนาดพื้นที่ปากบ่อดินเกินกว่า 10,000 ตารางเมตร จุดที่ 2 : มีการขุดเปิดหน้าดินเนื้อที่กว้างกว่า 20 ไร่ ความลึกจากระดับพื้นดิน 2.80 เมตร และมีขนาดพื้นที่ปากบ่อดินเกินกว่า 10,000 ตารางเมตรทั้งนี้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบผู้ครอบครองที่ดิน เครื่องจักร หรือรถบรรทุกขนย้ายดินในบริเวณดังกล่าวปฏิบัติงานอยู่ จากการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจดพบว่า ผู้ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความประสงค์เพื่อขออนุญาตขุดดินต่อเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว จึงได้ให้คำแนะนำทางข้อกฎหมายและเน้นย้ำว่า แม้การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการขุดดินในพื้นที่ส่วนบุคคล หรือเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลตามเอกสาร น.ส.3 ก. ก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินฯ มีข้อกำหนดเรื่องการขออนุญาตขุดดิน รวมถึงมาตรการคุ้มครองเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม หรือความปลอดภัยของสาธารณะไว้ว่า “...หากเป็นการขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินกว่า 10,000 ตารางเมตร ผู้กระทำการต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ พร้อมทั้งแสดงแบบรายการและแผนผังตามที่กำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างได้ตรวจประเมินความปลอดภัย เพื่อป้องกันการทรุดตัว พังทลายของทางน้ำหรือที่ดินข้างเคียงและการกักเก็บน้ำที่อาจกระทบต่อชุมชน...” ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยมอบหมายและกำชับให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโจด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยการออกคำสั่งให้ระงับการขุดดินในพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งเร่งรัดให้หน่วยงานฯ ประสานเจ้าของที่ดินเพื่อเข้าพบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และดำเนินการขออนุญาตขุดดินให้เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการที่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว จะดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบว่าหน่วยงานฯ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การขออนุญาตและการดำเนินกิจการขุดดินเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และลดโอกาสการเกิดทุจริตในระดับท้องถิ่น “พบทุจริต สะกิด ป.ป.ช.สระแก้ว” 0-3742-1954-6 สายด่วน ป.ป.ช.1205 www.nacc.go.th/sakaeoYoutube :ปปช สระแก้วFB : https://www.facebook.com/NACCsakaeo?mibextid=LQQJ4dTiktok : https://www.tiktok.com/@nacc_sk?_t=8iHwxm1YdJS&_r=1 Application : We Strong
ภาพข่าวเพค//ปปช//นางธณวรรณ แฉล้มชาติ ผู้สื่อช่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดสระแก้วรายงาน









