เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพดล อินนา, นายชาญวิศว์ บรรจงการ รองประธานคณะกรรมาธิการ, นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา, นายเศก จุลเกษร รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 5-6 มิถุนายน 2569 เพื่อศึกษาดูงานและติดตามการดำเนินงานด้านองค์กรอิสระและการป้องกันการทุจริตในระดับพื้นที่
คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม เพื่อพิจารณาศึกษา 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสู่ความเป็นเลิศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการบูรณาการความร่วมมือขององค์กรอิสระในระดับภูมิภาค และการศึกษาแนวทางมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการพิจารณาประเด็นการให้อภิสิทธิ์แก่ผู้ต้องขังบางกลุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญในจังหวัดระยองเข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระยอง สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระยอง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดระยอง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตจังหวัดระยอง (ศปท.ระยอง) เรือนจำกลางระยอง และชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดระยอง
สำหรับวันที่ 6 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการฯ มีกำหนดลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ เรือนจำกลางระยอง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย ซึ่งเป็นเรือนจำต้นแบบที่มีแดนความมั่นคงสูงสุด เพื่อศึกษาการบริหารจัดการเรือนจำตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ตลอดจนติดตามความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในมิติการคุ้มครองสิทธิและการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งก่อนและหลังพ้นโทษ
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ซึ่งเป็นต้นแบบเรือนจำท่องเที่ยวเชิงเกษตรของประเทศ เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังผ่านการฝึกอาชีพและการสร้างทักษะด้านการเกษตร อันเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคมและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงหลังพ้นโทษ
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในจังหวัดระยองครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในระดับปฏิบัติการ เพื่อนำไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรอิสระ เสริมสร้างธรรมาภิบาล และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.
คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม เพื่อพิจารณาศึกษา 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสู่ความเป็นเลิศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการบูรณาการความร่วมมือขององค์กรอิสระในระดับภูมิภาค และการศึกษาแนวทางมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการพิจารณาประเด็นการให้อภิสิทธิ์แก่ผู้ต้องขังบางกลุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญในจังหวัดระยองเข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระยอง สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระยอง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดระยอง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตจังหวัดระยอง (ศปท.ระยอง) เรือนจำกลางระยอง และชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดระยอง
สำหรับวันที่ 6 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการฯ มีกำหนดลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ เรือนจำกลางระยอง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย ซึ่งเป็นเรือนจำต้นแบบที่มีแดนความมั่นคงสูงสุด เพื่อศึกษาการบริหารจัดการเรือนจำตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ตลอดจนติดตามความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในมิติการคุ้มครองสิทธิและการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งก่อนและหลังพ้นโทษ
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ซึ่งเป็นต้นแบบเรือนจำท่องเที่ยวเชิงเกษตรของประเทศ เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังผ่านการฝึกอาชีพและการสร้างทักษะด้านการเกษตร อันเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคมและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงหลังพ้นโทษ
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในจังหวัดระยองครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในระดับปฏิบัติการ เพื่อนำไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรอิสระ เสริมสร้างธรรมาภิบาล และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.










