ความคืบหน้ากรณีที่ นายภาคินัย ชำนาญเชื้อ หรือ "มอส" อายุ 27 ปี หนุ่มพิการ ชาวอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง หลังถูกคนร้ายฉกโทรศัพท์มือถือ มูลค่ากว่า 13,500 บาท ไปจากตะแกรงหน้ารถจักรยานยนต์ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลนางรอง เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้วอนให้คนร้ายนำมาคืน เพราะในมือถือมีข้อมูลสำคัญหลายอย่าง ทั้งมีแอปไทยช่วยไทยพลัส ที่เพิ่งใช้สิทธิ์ไปแค่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยเบาเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตของแพง หากเงินลำบาก
หลังได้รับแจ้งตำรวจ สภ.นางรอง ก็ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และเร่งสืบสวนหาข้อมูลเบาะแสคนร้าย จนทราบว่าเป็นบุคคลที่ตำรวจหลายท้องที่ต้องการตัว เพราะตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ทั้งโทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ ทั้งของผู้สูงอายุ และผู้พิการ ในหลายอำเภอ
กระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้อาทิตย์ที่ 7 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นวันหยุด พ.ต.ท.รังสิวัฒน์ กังศรานนท์ รอง ผู้กำกับสืบสวน สภ.ละหานทราย ได้ขับรถยนต์จากอำเภอละหานทราย จะพาภรรยาและลูกไปทานข้าวในตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่ระหว่างทางเห็นชายต้องสงสัยรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายที่ตำรวจหลายท้องที่กำลังติดตามตัว เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ ทั้งของผู้สูงอายุ และคนพิการ จึงตัดสินใจขับรถตามและเมื่อตรวจสอบภาพวงจรปิดในมือถือ ก็มั่นใจว่าเป็นคนร้ายตัวจริง แต่ขณะนั้นขับรถอยู่ในท้องที่ของ สภ.นางรอง จึงได้ประสานกับตำรวจชุดสืบนางรอง ร่วมในการเข้าชาร์ทจับกุมคนร้ายทันที ก่อนจะนำตัวไปที่ สภ.ละหานทราย เพราะมีคดีลักทรัพย์ในท้องที่ สภ.ละหานทรายเช่นกัน ซึ่งล่าสุดขโมยมือถือของหนุ่มพิการใน อ.นางรอง โดยคนร้ายรายดังกล่าว คือ นายณัฐวุฒิ หรือวุฒิ อายุ 39 ปี เรียกได้ว่าเหตุการณ์นี้สัญญาณชาติความเป็นตำรวจอยู่ในสายเลือด พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกสถานการณ์ เมื่อเรื่องราวถูกโพส์ตในโซเชียล ก็มีคนเข้าไปชื่นชมจำนวนมากวันนี้ (8 มิ.ย.69) ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.ละหานทราย พบนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง จากการสอบถามนายณัฐวุฒิ ก็ยอมรับสารภาพได้ก่อเหตุลักขโมยมือถือ และรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่จริง ทรัพย์สินที่ขโมยมาก็จะเอาไปขายได้เงินมาก็เอาไปซื้อเหล้ากิน ซื้อยาบ้าเสพ ทั้งอ้างว่าจะเลือกลงมือกับเหยื่อที่เผยเป็นคนชรา หรือคนที่ชอบเสียบกุญแจทิ้งไว้
จากการสอบถาม พ.ต.ท.รังสิวัฒน์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.ละหานทราย ก็เปิดใจว่า วันอาทิตย์ตั้งใจพาภรรยาและลูกไปกินข้าวในตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่ระหว่างบังเอิญเห็นชายต้องสงสัย จึงขับรถตาม กระทั่งมั่นใจว่าเป็นคนร้ายตัวจริงที่กำลังตามตัวอยู่ เพราะทำระบบข้อมูลผู้ต้องหาไว้ จึงโทรศัพท์หาชุดสืบสวน สภ.นางรอง ให้มามาช่วยชาร์ทจับกุมคนร้าย โดยนายวุฒิ มีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่เน้นผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะขโมยโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ แล้วเอาไปขายเอาเงินไปใช้จ่าย ซื้อเหล้ากิน ซื้อยาบ้าเสพ ทั้งนี้ก็ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น อย่าเสียบกุญแจทิ้งไว้ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ง่าย
ส่วนนายณัฐวุฒิ ก็จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหา “ลักทรัพย์” ต่อไป
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์










