นราฯเปิดยุทธการ "พิฆาตยาเสพติด" ปูพรม 92 จุด ทลายคลังยานรก ยึดไอซ์ครึ่งตัน ยาบ้าเฉียด 7 แสนเม็ด เด็ดปีกท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มป่วนใต้

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และ พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผู้กำกับสภ. เมืองตากใบ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เปิดยุทธการเชิงรุก "นราธิวาส พิฆาตยาเสพติด" ปูพรมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 92 จุด ทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส เพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดอย่างถอนรากถอนโคน

โดยเดินเท้าเข้าชุมชนทุกจุดที่มีประวัติการซื้อขายยาเสพติด เพื่อทำความเข้าใจ สื่อสารเชิงรุก และปลุกพลังมวลชนให้ร่วมกันสอดส่องดูแล แจ้งเบาะแสอันเป็นประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนแนวทาง "ฮูกุมปากัต" (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี) บังคับใช้ในชุมชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมหลังรับมอบนโยบายความมั่นคงรัฐบาล 9 ด้าน มาเมื่อเดือนก่อน

จากการแถลงผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงและปราบปรามยาเสพติดในห้วงรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 24 มิถุนายน 2569) เจ้าหน้าที่สามารถทำลายสถิติการจับกุมได้อย่างน่าทึ่ง โดยส่งผลรวมการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 227 คดี ได้ตัวผู้ต้องหารวม 233 คน

เมื่อตรวจสอบรายการของกลางที่ยึดได้จากเครือข่ายยานรก ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เนื่องจากมีมูลค่ามหาศาลและทำลายวงจรเศรษฐกิจมืดได้อย่างเจ็บแสบ ประกอบด้วยยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 676,288 เม็ด ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีนบริสุทธิ์) จำนวน 500 กิโลกรัม (ครึ่งตัน) กัญชาจำนวน 180 กิโลกรัม เฮโรอีนและสารเสพติดอื่นๆจำนวน 27 กรัม อาวุธปืนผิดกฎหมาย จำนวน 20 กระบอก ยึดเพื่อลดสถิติอาชญากรรมในพื้นที่
นอกจากนี้ ในมาตรการบำบัดรักษาและบังคับใช้กฎหมายควบคู่กัน เจ้าหน้าที่สามารถจำแนกกลุ่มผู้เสพสะสมได้ถึง 1,913 ราย โดยจำแนกเป็นผู้สมัครใจและส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูจำนวน 1,768 ราย ส่วนอีก 145 รายที่ไม่สมัครใจ ได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถขยายผลจากผู้เสพไปสู่การทลายและจับกุมผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่เพิ่มได้อีก 15 ราย

แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังได้เดินเท้าลงพื้นที่จุดเสี่ยงในอำเภอตากใบด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสสิ่งผิดกฎหมาย สำหรับยุทธการครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปตามความต้องการของประชาชนเท่านั้น แต่นี่คือการตัดวงจรน้ำเลี้ยงในการสนับสนุนกลุ่ม บีอาร์เอ็น (BRN) ที่มุ่งหมายจะก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส   


ด้านพลตรี ยอดอาวุธ ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์เชิงโครงสร้างเพื่อความมั่นคงว่า นอกเหนือจากการระดมกำลังพล 3 ฝ่ายลงพื้นที่พร้อมกันทั้ง 13 อำเภอเพื่อกวาดล้างแล้ว รัฐบาลยังมีบัญชาเด็ดขาดในการสร้างรั้วชายแดนเพิ่มเติมถาวร โดยในส่วนของงบประมาณกลางปี 2569 นี้ จะเริ่มดำเนินการจัดสร้างรั้วชายแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ อำเภอแว้ง เป็นระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ

ขณะที่แผนงานในปี 2570 จะขยายโครงการสู่เฟสต่อไป โดยจะสร้างรั้วยาวครอบคลุมตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก ไปจนถึงอำเภอแว้ง ซึ่งเมื่อรวมโครงการทั้งหมด จะส่งผลให้มีรั้วความมั่นคงยาวตลอดแนวกว่า 1,000 กิโลเมตร ในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และเชื่อมโยงไปถึงจังหวัดยะลา เพื่อปิดตายช่องทางธรรมชาติ ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด อาวุธ และการหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างถาวร


 ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสและหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีการ "ถอย" แม้แต่ก้าวเดียว โดยจะยังคงเปิดยุทธการกดดัน และใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นควบคู่กับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดสิทธิ์และโอกาสในการเติบโตของขบวนการค้ายาเสพติด ขจัดภัยแทรกซ้อนต่อความมั่นคง และคืนความสงบสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนชาวนราธิวาสตามนโยบายสูงสุดของรัฐบาลไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

ใหม่กว่า เก่ากว่า